Advance Course เทคนิคการเขียน OKRs และการติดตามผลลัพธ์

(CFR) หลักสูตร Advance Plus 1 วัน

หน้าแรก / บริการ / หลักสูตรฝึกอบรม 2561 / Advance Management OD / เทคนิคการเขียน OKRs และการติดตามผลลัพธ์

ติดต่อสอบถาม
  0-2374-8638 / 0-2732-2345
  091-770-3350 / 091-770-3352 (HOTLINE)
  mktentraining@gmail.com, cocoachentraining@gmail.com

หลักการและเหตุผล
การสร้างเป้าหมายที่ท้าทายในช่วงเวลาหนึ่งๆ และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยมีการดำเนินการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำ “เหตุ” ที่ดีในการบรรลุ “จุดประสงค์” เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

OKRs เป็นเครื่องมือการสร้างผลลัพธ์ที่สะดวกและชัดเจนในการปฏิบัติ ทำให้บุคลากรเกิดผลงานได้และสอดคล้องกับเป้าหมายที่สูงมากกว่าขององค์กรอย่างครบถ้วน ทำให้เครื่องมือนี้เป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

หัวใจสำคัญของ OKRs คือ FACTS
       Focus : การให้ความสำคัญกับเรื่องหลักๆ เพียงไม่กี่เรื่อง
       Alignment : การสอดคล้องและเกี่ยวเนื่องกันทั้งองค์กร
       Commitment : เกิดความช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้
       Tracking : มีการติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องและชัดเจน
       Stretch : เกิดความท้าทายในการบรรลุผลลัพธ์
กุญแจแห่งความสำเร็จของการใช้เครื่องมือ OKRs คือ CFR
       Conversation : การสื่อสาร พูดคุยและการโค้ช
       Feedback : การให้ข้อมูลป้อนกลับที่สร้างสรรค์ร่วมกัน
       Recognition : การสร้างวัฒนธรรมความสำเร็จและกำลังใจ

วัตถุประสงค์
 เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เข้าใจเครื่องมือ OKRs อย่างลึกซึ้งและสามารถประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองได้ทันที
เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกฝนการเขียน OKRs ของตัวเอง ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เห็นประเด็นสำคัญของการสร้าง OKRs ขึ้นมาในองค์กร ทำให้เตรียมความพร้อมสำหรับบุคลากรที่ต้องเกี่ยวข้อง
เพื่อทำให้ผู้เรียนมีเทคนิคการโค้ชให้การสร้าง OKRs และการติดตามผลลัพธ์ (CFR) และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงกับตัวเอง

รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม
 การเรียนรู้และเข้าใจ OKRs (Objective & Key Results)
      ประวัติของ OKRs พอสังเขป
      ที่มาของ OKRs (Timeline of OKRs)
      ความหมายของ OKRs เชิงลึก
      ประเด็นสำคัญของการสร้าง OKRs
      เทคนิคการเขียน OKRs ให้สอดคล้องกันทั้งองค์กร
      Workshop : กำหนดคุณลักษณะของ OKRs ของตัวเอง
 การสร้าง OKRs และการประยุกต์ใช้กับการทำงาน
       การเปรียบเทียบ OKRs กับ MBOs
      ความเหมือนและความต่างของ OKRs และ KPI
      หัวใจสำคัญของ OKRs (FACTS)
      การบริหาร OKRs ให้เกิดประสิทธิผล
      ประเภทของ OKRs ในแต่ละจุดประสงค์
      Workshop : กำหนด OKRs ของตัวเอง
 การเตรียมบุคลากรให้พร้อมกับการเขียน OKRs ด้วยตัวเอง
      การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย (Goal Setting)
      การสร้างกรอบความคิดการเติบโต (Growth Mindset)
      การมีวินัยในการทำงาน (Discipline)
      การทำงานเชิงรุก (Proactive Working)
      การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Leadership for Change)
      Workshop : กำหนดคุณสมบัติที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติม
      กรณีศึกษา : การเขียนแผน OKRs ของตัวเอง
 เทคนิคการโค้ชให้เขียน OKRs และการติดตามผลลัพธ์ (CFR)
      
เทคนิคการโค้ชให้ตั้งเป้าหมาย (Goal Setting)
      เทคนิคการโค้ชให้เขียน OKRs อย่างมีประสิทธิผล
      เทคนิคการโค้ชเพื่อติดตามผลลัพธ์ (CFR)
      เทคนิคการฟัง & การใช้คำถามที่สอดคล้องกับ OKRs
      Role Playing : ดำเนินการโค้ชสร้าง OKRs
 การบ้าน : เพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง

กรอบความคิดหลักสูตร (Course Framework)


ผู้ที่เหมาะสมกับหลักสูตรนี้
 พนักงานปฏิบัติการ
หัวหน้างาน
ผู้จัดการ
ผู้บริหาร

ขบวนการ (Process) ในการฝึกอบรม

ใช้หลักการ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning)
หมายเหตุ : ผู้ใหญ่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในอดีตของตัวเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะอยู่ภายในจิตใต้สำนึก ผ่านการแสดงด้วยวงจรพฤติกรรม หากต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องทำให้ผู้เรียนยินดี ที่จะปรับเปลี่ยนความคิด ของตัวเอง ใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง (การกระทำแบบใหม่)

การใช้กระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) กับการฝึกอบรม
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเองและยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเอง ผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

แก่นสำคัญของการฝึกอบรมในรูปแบบ Group Coaching
หมายเหตุ : การทำให้ผู้เรียนมองเห็นตัวเอง และยอมรับในสิ่งที่เป็นอยู่ด้วยตัวเองผ่านการใช้คำถาม (Questioning) ของโค้ช (วิทยากร) จะสร้างความอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองของผู้เรียน แล้วผู้เรียนก็จะเลือกทำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้กับ Style และสภาพแวดล้อมของตัวเองได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

" การบอกให้ฟัง กับ กระตุ้นให้คิด อย่างไหนดีกว่ากัน ? "
" ชี้แนะวิธีการให้ กับ ถามว่ามีวิธีการของตัวเองอย่างไร ? "
แบบไหนจำได้มากกว่ากัน

แนวทางการบรรยายสไลด์ (Slide)
อธิบาย กระตุ้นให้คิด ถามให้ประยุกต์ใช้ จูงใจให้มี Commitment
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วย Keywords และประโยคสำคัญ
เปิดโอกาสให้สำรวจตัวเองและสร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวเอง
ฝึกให้จับประเด็นสำคัญที่อยู่ในสไลด์ (Slide) ได้ด้วยตัวเอง
ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ามีอิสระในการเลือกใช้ความรู้ ไม่ได้บังคับ

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)
สร้าง Commitment ในสิ่งที่จะนำไปปฏิบัติ
พิสูจน์หลักการและเทคนิคที่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างความเข้าใจในเนื้อหาด้วยตัวเองและพร้อมไปประยุกต์ใช้ทันที
สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
สร้างแนวความคิดใหม่ๆ ของตัวเองผ่านการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

การแสดงบทบาทสมมติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษา
กรณีศึกษา ก็เหมือนกับเหตุการณ์จริงที่ผู้เรียนต้องเผชิญ หากมีการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ประยุกต์กับกรณีศึกษา ก็เสมือนหนึ่งให้พิสูจน์หลักการและวิธีการใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กับกรณีศึกษา จะทำให้เข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้ได้อย่างแม่นยำ
การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) สร้างความสนุกสนานได้แง่คิดผ่านเหตุการณ์คล้ายสถานการณ์จริง ทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริงหลังการฝึกอบรมแล้ว ผู้เรียนก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ทันที

การบ้านเพื่อการนำไปฝึกฝนและปฏิบัติจริง
ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ด้วยตัวเอง
การพัฒนาตัวเองควรปฏิบัติบ่อยๆ จนกลายเป็นธรรมชาติของตัวเอง
การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Coaching จะทำให้ผู้เรียนอยากนำสิ่งที่รู้ไปใช้จริง
การบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เรียนยินดีที่จะกำหนดด้วยตัวเอง
ผลลัพธ์ของการฝึกอบรมสามารถวัดได้ที่การบ้านที่ผู้เรียนนำไปปฏิบัติจริง

    แชร์            แชร์  

บริการอื่นๆที่น่าสนใจ

Keyword ที่เกี่ยวข้อง : OKRsการติดตามผลการสร้างเป้าหมาย

แสดงความคิดเห็น