ผลงานฝึกอบรม

หน้าแรก / ผลงานฝึกอบรม

สร้างมาตราฐานบริการ ลดข้อขัดแย้ง เพิ่มคุณค่าให้ลูกค้า

สำหรับผมแล้ว .. ความท้าทายในการสอนในรูปแบบของตนเองโดยมีมาตรฐานของสถาบัน Entrainingของ Pakorn Wongrattanapiboon กำกับ เป็นความท้าทายที่มีเสน่ห์และผมก็ชื่นชอบมาก การพยายามออกแบบกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมมีประสบการณ์ตรง ในเนื้อหาที่ได้วางไว้แล้ว คือความท้าทาย ที่ผมกำลังพัฒนาให้มีคุณภาพขึ้นไปเรื่อยๆ ตาม resource ของผมที่เพิ่มขึ้น หลักสูตรที่แตกต่างหลากหลาย ท้าทายให้ผมต้องพัฒนากิจกรรมที่แตกต่างตามเนื้อหา และเงื่อนไขที่เหมาะกับบริบทขององค์กรแต่ละที่ เนื้อหาที่เป็นมาตรฐานก็ช่วยตบๆให้ความเป็นเหยี่ยวของผมไม่พาคนออกนอกเส้นทาง สร้างสมดุลทั้งการสะท้อนตัวตนของผู้เรียน และเนื้อหาที่องค์กรต้องการ ผมกำลังพัฒาตนเองบนเส้นทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ความสมดุลของแบบฉบับของตัวเองที่ต้อวปฏิสัมพันธ์กับสภาพการณ์จริง สำเร็จบ้าง, fail บ้าง เจ็บบ้าง คือความร่ำรวยประสบการณ์ (พูดได้จากความคิด.. ของจริงก็ยังต้องทำงานกับตัวเองเสมอในเรื่อวนี้ ) ขอบพระคุณครูบาอาจารย์สายฟา และสายโค้ช ที่ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา และช่วยประคับประคองเมื่อผมเผชิญความท้าทายที่ยากลำบาก...

Lean Mindset สร้างกรอบความคิดแบบลีน

มีโอกาสสอนหลักสูตรนี้บ่อยทั้งองค์กรธุรกิจด้านการผลิตและที่ไม่เกี่ยวกับการผลิตทุกครั้งก็จะเผชิญโจทย์เดิมๆ ทั้งก่อนอบรมและระหว่างอบรม#ก่อนอบรม- ไม่ใช่เงินตัวเองไม่จะคุมไปทำไม- งานเสร็จทันแต่งบบานปลาย- ทำๆแก้ๆ จนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ- ฝ่ายอื่นไม่support ไม่รู้จะทำอย่างไร - เจอปัญหาแต่เมินเฉย- ไม่วางแผนล่วงหน้า จะเอาอะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น#ระหว่างอบรม- ก็ดีนะ แต่น่าจะให้แผนกอื่นมาเรียนด้วย- เทคนิคน่าจะได้ผลถ้าอีกฝ่ายคิดเหมือนกัน- อยากทำ แต่งานยุ่งไม่มีเวลามาวิเคราะห์- เห่อได้พักนึง เด่วก็กลับมาเหมือนเดิมอีกจากแมสเสจที่ได้รับทำให้รู้สึกเลยว่าชื่อหลักสูตรเหมาะที่สุดแล้วที่ขึ้นด้วยคำว่า "...Mindset(สร้างกรอบความคิด..)"ตอนสอนหลักสูตรนี้ครั้งแรกๆใส่เครื่องมือ เทคนิคไปเต็มๆคนเรียนก็ชอบ ดีใจได้เครื่องมือแต่ตอนพรีเซ้นworkshop วิธีการที่ไปจัดการคนอื่นบ้างอยากให้ฝ่ายอื่นปรับบ้างถ้า...อย่างนู้น..นี้..นั้นบ้างแนวทางบนความกังวลเดิมๆบ้างโชคดีที่ฝึกฟังเชิงลึกและไม่ต้องรีบcorrectทำให้ได้ยินวิธีการที่เลือกบนกรอบความคิดที่ใช้Coach-Consult-Mentor เลือกใช้ทีละบทบาทด้วยsequenceที่เลือกแล้ว ฟังด้วยหมวกCoach ไกด์แนวทางด้วยMentor แนะนำวิธีการแก้ด้วยConsult ถามให้คิดด้วยCoachอีกทีปิดท้ายยิ่งสอนยิ่งสนุก หลักสูตรเชิง Technical สอนยังไงให้ไม่สนุก แต่รู้สึกว่ามีเรื่องไปเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ Change(ชั่วคราว) แต่ต้องTransformให้เกิดผลลัพธ์เหมือนการลีนหุ่น ไม่ใช้โดนสั่งงดแป้งสามวันอดไม่ไหว แอบทานหน่อยดีกว่าแต่ใช้ความมุ่งมั่นอยากTransform อยากพลิกโฉมสร้างผลลัพธ์ใหม่อย่างต่อเนื่องทำอย่างไรให้ยั่งยืน และถ่ายทอดที่กรอบความคิดทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรคุยกันที่ไร แบบนี้saveสุดไหม แบบนี้เร็วสุดไหม ทำแบบนี้แล้วจะโดนแก้ไหม ถ้าไม่ต้องรอ จะทำยังไง แบบนี้ไม่เวิร์คมันสิ้นเปลือง ถ้าจะ"Minimal wasted" เอาแบบไหนดีการสอนวันนี้ อาจยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน แต่เริ่มตระหนักความคิด นำไปสู่การตั้งคำถาม ทุกครั้งที่ตัดสินใจแบบนี้มีความ"สูญเปล่า"หรือไม่ ???.ถือว่าพัฒนาการสอนที่ผู้เรียนเกิดAwareness อีกเวอร์ชั่นแล้ว

การสร้างพนักงานให้มี Growth Mindset เพื่อให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร

การสร้างพนักงานให้มี Growth Mindset เพื่อให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบาย กำลังคน ระบบงาน กระบวนการทำงาน/ผลิตเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนจากโลกภายนอก กรอบความคิด (Mindset) เป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสะท้อนว่าองค์กรจะบริหารจัดการด้วยกลยุทธ์หรือแนวทางอย่างไร องค์กรที่ผู้บริหารและบุคลากรภายในองค์กร มี Fix Mindset จะกำหนดแนวทาง วิธีการ กลยุทธ์ โดยประเมินจากความสามารถหรือศักยภาพที่มีอยู่หรือความสำเร็จในอดีตเพื่อให้มั่นใจว่าเพียงพอ ที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ระบบงานใหม่ การสร้างให้ผู้บริหารและบุคลากรเปลี่ยนจาก Fix Mindset เป็น Growth Mindset โดยวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเทียบกับศักยภาพที่มีอยู่ ดูว่าเรายังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง ปรับเปลี่ยนภายในอะไรได้อีกบ้าง เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขันหรือความอยู่รอดขององค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ หลักคิดในการสร้าง Growth Mindset มีหลายหลักคิดเช่น ให้ความสำคัญที่การลงมือทำมากกว่าผลลัพธ์ที่จะเกิด โฟกัสที่เป้าหมายมากกว่าปัญหาและอุปสรรคสร้างความรู้สึกท้าทายกับเป้าหมายที่สำคัญและสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ค้นหาโอกาสใหม่ในวิกฤตที่เผชิญอยู่ เรียนรู้จากประสบการณ์ ความล้มเหลว ความผิดพลาด ในบุคลากรแต่ละระดับก็มีบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบแตกต่างกัน การสร้างให้พนักงานมี Growth Mindset เพื่อประยุกต์ใช้กับบทบาทของตัวเองให้สามารถขยายขอบเขตความรู้ ความสามารถ ศักยภาพที่มีอยู่ให้เพิ่มขึ้นตามความรับผิดชอบที่ได้รับ

เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ รุ่นที่ 4

บันทึกย้อนหลัง หลักสูตร เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ @ไทยฟู้ด กรุ๊ป รุ่น 4 ที่ปราจีนบุรีชอบหลักสูตรนี้มาก เพราะทุกครั้งได้สอน เราก็ได้ทบทวนตัวเองในเรื่องนี้เพื่อให้เป็นในสิ่งที่สอนให้ได้ตลอด ทั้ง การสนใจความต้องการของผู้ฟัง การให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ การสนใจ feedback ของผู้ฟัง การปรับการนำเสนอให้สอดคล้องกับคนฟังโดยครั้งนี้เริ่มจาก rapport เพื่อให้บรรยากาศเปิดกว้างต่อการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน & story telling เชื่อในการหา why และร่วมสร้าง why เดินเคียงข้างด้วยทักษะโค้ชครั้งนี้ปล่อยวางมากขึ้น ทำให้อยู่กับผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น & เดินตามกระบวนการได้ดีG R A T I T U D E ขอบคุณ ผู้เข้าอบรมที่น่ารักทั้งจากโรงงานที่ ปราจีนฯ และชลบุรี ที่กระตือรือร้น ตั้งใจ และสนุกสนานกับการเรียน/การแชร์

ผู้นำสร้างทีมเวิร์คในฝัน

คลาสวันนี้เดินทางมาที่อ.ปากช่อง อยู่กับกลุ่มหัวหน้าและผู้บริหาร หัวข้อ "ผู้นำสร้างทีมเวิร์คในฝัน"5 Keyword สำคัญของหลักสูตรที่ช่วยให้ผู้นำเกิดการตระหนักรู้ มองเห็นและอยากพัฒนาความเป็นผู้นำเพื่อสร้างทีม#Leader การเป็นผู้นำ...เมื่อต้องนำบุคคลรอบตัว ทั้งลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน รวมถึงหัวหน้าในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายหรือหน้าที่ที่รับผิดชอบ#Leadership การแสดงคำพูดหรือพฤติกรรมการแสดงออกมาแล้วคนรอบตัวมองเห็น รับรู้ รับฟังและ.ตัดสินใจบางอย่าง(อยากตามหรือไม่อยากตาม)#Influence การมีอิทธิพลต่อผู้อื่น..ในเชิงบวก โดยใช้ผลงาน-ความสามารถ(Potential) ทักษะเรื่องคน(Human Skill) ทำให้คนรอบตัวเกิดความเชื่อถือ การยอมรับ (TRUST) อันจะทำให้สามารถโน้มน้าว จูงใจคนอื่น#Teamwork การทำสร้างให้ทีม.."เวิร์ค" ใช้ภาวะผู้นำของเรา(TRUST)เข้าใจคนที่ความแตกต่าง สร้างการกระตุ้นจูงใจให้ทีมเกิดความร่วมมือ#TeamValue คุณค่าของทีม...จูงใจให้ทีมงานให้ความสำคัญและปฏิบัติตัวตามค่านิยมของทีมและองค์กร ทำให้คนภายนอกรับรู้ สัมผัสได้

การโค้ชคุณค่า Value Coaching สร้างผลการปฏิบัติงานที่สูง

การโค้ชคุณค่า(Value Coaching) สร้างผลการปฏิบัติงานที่สูงการทำให้ทีมงาน มองเห็นคุณค่า และ เลือกใช้คุณค่า ของตัวเอง ได้อย่างสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ของตัวเอง…ทำให้เขาสามารถสร้างผลการปฏิบัติงานได้สูงขึ้นผู้บริหารที่เป็น “โค้ชภายในองค์กร” ตามบทบาทหน้าที่…สามารถใช้การโค้ชคุณค่าให้ทีมงานได้ตลอดเวลา ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการครับการเรียนรู้การโค้ชเชิงปฏิบัติงานจริงใน Class มีความท้าทายเป็นอย่างมาก…เพราะต้องนำสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของผู้บริหาร มาฝึกฝนกัน ให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง

เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ

หลักสูตร เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ ไทยฟู้ด กรุ๊ป รุ่น 2 @กาญจนบุรี เนื้อหาสำคัญ กรอบแนวคิดต่อการนำเสนอ ความคิดเชิงลบต่อการนำเสนอและการเอาชนะความคิดนั้น การเข้าใจคนที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน และปรับตนเองให้เหมาะกับคนฟัง การเชื่อมโยงกับเคสที่ผู้เรียนในไปใช้ในการนำเสนอ และให้เขาได้ฝึกการนำเสนอ สิ่งที่ได้เรียนรู้ การสร้างบรรยากาศที่ดีและเอื้อต่อการเรียนรู้ บรรยากาศในห้องสบายๆ ให้กล้าพูด กล้าแบ่งปัน การคำนึงถึงผู้เรียนที่มีคุณลักษณะที่หลากหลาย แล้วปรับตัวเอง balance ให้ไม่เป็นแบบใดแบบหนึ่งมากเกินไป การใช้เทคนิค visualization ช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพที่เขาอยากเป็น แล้วมีความมั่นใจมากขึ้น และพร้อมที่จะกลับไปนำเสนอ (ผู้เรียนสะท้อนมาว่าช่วยได้เยอะเลย) การใช้เทคนิคการโค้ช การฟัง สะท้อน ชื่นชม และเสริมบางจุดให้เขาเพิ่มเติมเพื่อให้ดียิ่งขึ้นไปG R A T I T U D E ขอบคุณผู้เข้าอบรมที่เป็นครูให้ได้เรียนรู้ร่วมกัน และขอบคุณ คุณอ้อและคุณตั้น HR ที่ดูแลเป็นอย่างดีค่ะ ขอบคุณ Pakorn Wongrattanapiboon และ Nuttha Wongrattanapiboon ที่ให้โอกาส คอยชี้แนะ และให้กำลังใจค่ะ ขอบคุณ Weeraphan Maneewong พี่เลี้ยงที่แสนดีคร่า ไว้ก้อยจะขอเกาะไปเรียนรู้ด้วยอีกนะคะ ขอบคุณ Nuii Entraining ที่นึกถึงและให้โอกาสไปแบ่งปันจ้า ขอบคุณ Patcharin Roongsuk ที่ติวให้เป็นอย่างดี ทำให้สอนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ขอบคุณ Tida Jarupaisarn น้องสาวที่น่ารักที่มาเป็นเพื่อน มาช่วย และคอยเตือนพี่สาวให้กลับมาที่ลมหายใจ เตือนให้ออกจากความคิดอย่างสม่ำเสมอ ขอบคุณตัวเองที่ลงมือทำ ถอดบทเรียนตัวเอง และปรับในทุกๆ ครั้งที่สอน และใส่ใจผู้เรียน ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ

บันทึกการเรียนรู้ หลักสูตร เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ TFG รุ่น 1/4 @ปราจีนบุรี เนื้อหา - เข้าใจกรอบแนวคิดของการนำเสนอ- สำรวจความคิดเชิงลบที่มีต่อการนำเสนอ และก้าวข้ามความคิดเชิงลบนั้นๆ- จุดประสงค์การนำเสนอ และกระบวนการนำเสนอ- เทคนิคการนำเสนอและกิจกรรมให้ผู้เข้าอบรมได้ออกแบบการนำเสนอของตนเอง- ฝึกการนำเสนอผ่านกรณีศึกษา สิ่งที่ได้เรียนรู้ - การสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนกล้าที่จะแบ่งปัน กล้าที่จะนำเสนอ และการสร้าง rapport ที่ดีตั้งแต่ก่อนเริ่มคลาส- การตั้งใจทำตามกระบวนการ training and group coaching ทำให้ผู้เรียนปรับ mindset ของตนเอง และกล้าที่จะนำเสนอมากขึ้น- การปรับตัวเองให้เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นครู เป็นโค้ชได้อย่างเหมาะสม เป็นคนที่คอยเกื้อหนุนผู้เรียน- การให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้เรียนต่อยอดในการนำเสนอครั้งถัดๆ ไป G R A T I T U D E ขอบคุณ ผู้เข้าอบรม ที่กระตือรือร้นในการเรียนและการทำกิจกรรมมากๆ ค่ะ ขอบคุณ ผู้เข้าอบรมที่สะท้อนให้ฟังว่า ตอนก่อนเรียน เขายังมีความกลัวตอนนำเสนอ ไม่กล้าจับไมค์ แต่พอเรียนวันนี้ ระหว่างวันเค้ามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และได้จับไมค์พูดถึง 2 ครั้ง ฟังแล้วมีกำลังใจในการสอนมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณ คุณตอง HR ที่ช่วยดูแลเป็นอย่างดีค่ะ ขอบคุณ Pakorn Wongrattanapiboon / Nuttha Wongrattanapiboon ที่ให้โอกาส และคอยชี้แนะแนวทาง อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่ดี ในการทำให้ดูค่ะ ขอบคุณ น้องนุ้ย สถาบัน Entraining ที่นึกถึงและให้โอกาสจ้า ขอบคุณ Weeraphan Gessang พี่เลี้ยงที่น่ารัก คอยตอบคำถามก้อยตลอดค่ะ ขอบคุณ Patcharin Roongsuk ที่มาเป็นเพื่อน ช่วยขับรถให้ เป็นพี่ เป็นโค้ชให้น้องปรึกษา และให้คำแนะนำน้องเรื่อยๆ ช่วยให้น้องมีพัฒนาการที่รวดเร็วค่ะ

Conflict Management รุ่น 4

ขอบคุณ ผู้เรียนที่ทำให้คลาส Conflict Management มีสีสันค่ะ บันทึกการเรียนรู้ หลักสูตร Conflict Management รุ่น 4 หลักการ - เข้าใจธรรมชาติความขัดแย้ง และสาเหตุต่างๆ เช่น ความเชื่อ ค่านิยม ประสบการณ์ ที่ไม่เหมือนกัน- เข้าใจความคิดเชิงลบของตนเองที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และการปรับมุมมอง เพื่อเอาชนะความคิดเชิงลบนี้- เทคนิคการบริหารความขัดแย้งด้วย NLP (การโปรแกรมสมองด้วยภาษา/การสื่อสารเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ)- เทคนิคการสื่อสาร การเข้าใจคนที่มีคุณลักษณะที่ต่างกันและการปรับตัว เพื่อบริหารความขัดแย้ง- เน้นการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ของผู้เรียนเป็นหลัก และให้ผู้เรียนเชื่อมโยงและนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ที่เขาเจอ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้ - การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้และแบ่งปันแบบ Virtual class ในผู้เรียนที่มี background ที่หลากหลาย และความพร้อมของเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน- การสร้างสมดุลระหว่างเนื้อหาที่เราแบ่งปัน กับการให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมด้วยวิธีการต่างๆ - การยกตัวอย่างที่เชื่อมโยงกับเคสของผู้เรียน- การสร้าง rapport และการสลับระหว่างหมวกผู้สอน โค้ช เพื่อน G R A T I T U D E ขอบคุณผู้เข้าอบรมที่ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมเป็นอย่างดีค่ะ ทั้งแลกเปลี่ยนแบ่งปัน และกลับมาเฝ้าหน้าจอ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ประทับใจในผู้เรียนสุดๆ ขอบคุณ อ. ปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ / อ. ณัฏฐา วงศ์รัตนพิบูลย์ ที่ไว้ใจ ให้คำแนะนำ และให้โอกาสได้ทำโปรเจคยาวด้วยกันค่ะ ขอบคุณ คุณเอ๋ HR Betagro และทีมงานสถาบัน Entraining และ Patcharin Roongsuk ที่ช่วย support ให้คลาสดำเนินไปอย่างราบรื่น ขอบคุณ อ. วีรพันธ์ เกษสังข์ รุ่นพี่ที่คอยให้คำแนะนำ 24/7 ชื่นชมในความเมตตาของพี่มากๆ ค่ะ ขอบคุณตัวเองที่เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และคอยถอดบทเรียนการสอน ทุกครั้งที่นั่งพิมพ์ถอดบทเรียน จะมีการตระหนักรู้บางอย่างเพิ่มเติม บางอย่างเป็นรายละเอียดมากๆ ไม่ได้พิมพ์ แต่ได้ตระหนักถึงเพิ่มเติม และมีความสุขทุกครั้งที่ทำ ได้นึกถึงบรรยากาศคลาสนั้นๆ และได้เห็นพัฒนาการของตนเอง

สร้างแนวคิดและเทคนิคบริหารงานก่อสร้างด้วยระบบลีน

คลาสวันนี้มา Follow up & Workshop Training หลังจากผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ Conceptual ต่างๆผ่าน VDO Online ไปแล้วO-M-O (Online merge Offline) เป็นรูปแบบการสอนใหม่ที่ทางสถาบันสร้างขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน เช่น ลดเวลาการอธิบายเนื้อหา (Training)ในคลาสลง เพิ่มเวลาให้กับการทำ Workshop อย่างเต็มที่ วิทยากรใช้บทบาทของCoach&Mentor มากขึ้นลดบทบาทTrainer เพื่อมุ่งเน้นการต่อยอดและการประยุกต์ใช้เหตุการณ์จริง จบจากคลาสแล้ว ผู้เข้าอบรมสามารถกลับไป ทบทวนใน VDO Online อีกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกและถอดบทเรียนตัวเองได้ด้วยกระแสเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ส่งผลกระทบกับโจทย์ความคาดหวังขององค์กรทั้งเชิงพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคน ดังนั้นรูปแบบการพัฒนาที่มุ่งเน้นให้คนเข้าใจตัวเอง สร้างแนวคิดด้วยตัวเอง โดยใช้กรอบความคิดแบบใหม่ เพื่อจัดการสถานการณ์ต่างๆที่ไม่แน่นอน คลุมเครือ ซับซ้อน โดยใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้มาต่อยอดกับทรัพยากรที่มี เพื่อบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นVDO Preview หลักสูตรนี้

การสื่อสารที่ดี รู้จักตัวเอง เข้าใจผู้อื่น ทำงานเป็นทีม

สอนครั้งนี้ ผู้เรียนมีเรื่องให้ประหลาดใจ ปรกติ ในการสอนช่วงสุดท้าย จะมีสไลด์ ที่ใช้ถามเพื่อให้ผู้เรียนทบทวนตัวเอง ได้เรียนรู้อะไร ชอบอะไรในคลาส สิ่งแรกที่อยากจะเปลี่ยนแปลงคืออะไร รู้สึกสงสัยกับคำตอบในข้อที่สอง ชอบอะไรในคลาส ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ผู้เรียนมักจะตอบไปแนวเดียวกัน ชอบเกมนั้นนี้ ชอบที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ชอบเกมนั้น ทำให้เห็นนั่นนี่ .........เยอะแยะไปหมด ครั้งนี้ผู็เรียน มาแปลก ใช้แชร์ให้ฟังสามคน ไม่มีใครพูดถึงกิจกรรมสักคน กลับไปพูดถึงเนื้อหา ว่าชอบเนื้อหานั่นนี่ จะเอาไปใช้ตอนไหน มีประโยชน์ กับตัวผู้เรียนยังไง ทั้งที่ ครั้งนี้ผู้สอนเอง ได้ออกแบบกิจกรรมมาอย่างดี มีกิจกรรมทุกเบรค บรรยากาศการร่วมกิจกรรมก็สนุกดี ทุกคนให้ความร่วมมือ และสนุกกับกิจกรรมอย่างเต็มที่ ลองวิเคราะห์ออกมา ได้อยู่ 3 แนวทาง 1.เกมกิจกรรมไม่สนุกพอ ผู้เรียนไม่อิน เลยไม่พูดถึง 2.ผู้เรียนมีความตั้งใจมาก เลยไม่สนใจเกมกิจกรรมเท่าไหร่ 3.เกมกิจกรรม ตอบโจทย์เนื้อหาการนำไปใช้ของผู้เรียน จึงนึกถึงสิ่งที่เอาไปใช้กับตัวเองมากกว่า สรุปได้ใจความว่าข้อ 3 มีความเป็นไปได้มากที่สุดจบการวิเคราะห์แต่เพียงเท่านี้ #โค้ชกังฟูคนนำเกมสร้างการเปลี่ยนแปลง

สร้างคุณค่าหัวใจบริการด้วยตนเอง

ขอบคุณโอกาสดีๆ ที่ได้ไปสอนที่เคไลน์ ในหลักสูตร "สร้างคุณค่าหัวใจบริการด้วยตนเอง" @KLine เนื้อหา ค้นหาคุณค่าในตนเอง เลือกคุณค่าที่สำคัญมาปรับใช้ในการบริการในแบบของตน จิตวิทยาการบริการ การสื่อสารกับลูกค้า เข้าใจความแตกต่างของตนเองและผู้อื่น ปรับการสื่อสารของตนเองให้เหมาะกับลูกค้า การเข้าใจความคิดเชิงลบที่มีในงานบริการ และเทคนิคการก้าวข้ามความคิดลบ การ response กับสถานการณ์ที่เจอ การจูงใจในการสื่อสาร ผ่านการโฟกัส ภาษาพูด และท่าทาง ( Physiology) ทักษะการให้บริการที่ดี การเข้าใจตนเอง การสร้างสัมพันธ์ การจัดการอรมณ์เชิงลบ และทัศนคติเชิงบวก สิ่งที่ได้เรียนรู้ การให้เรียนได้ set ความคาดหวังตั้งแต่เริ่มเรียน และให้แบ่งปันในคลาส เพื่อให้ตัวเราเองสามารถให้บริการได้ตรงตามความความต้องการของผู้เรียน และผู้เรียนมีเป้าหมายในการเรียนรู้ การค้นหาคุณค่าผ่านกิจกรรม who am I อย่างเป็นระบบ ที่ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ทำให้ผู้เรียนเจอคุณค่าดีๆ และเห็นว่าคุณค่าใดที่ใช้บ่อย ๆ และเลือกคุณค่าที่สอดคล้องกับงาน กับนโยบายองค์กรไปใช้ในงานได้ การถาม การสังเกต และให้พื้นที่ในการแชร์ในคลาส เพื่อให้ผู้เรียนได้นำเหตุการณ์ของตนเองมาคิดต่อยอดกับสิ่งที่เรียน การสรุป key word ที่ผู้เรียนแชร์เพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหา ตอบคำถามโดยเชื่อมโยงกับสไลด์ การให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทั้งจังหวะเวลา เนื้อหาที่ให้ และกิจกรรม ปรับตนเองให้มีความยืดหยุ่นสูง โดยเริ่มจากการวางใจก่อน ว่าทุกอย่างจะลงตัว mindset ให้ในสิ่งที่เรามี มาให้ มาช่วยให้ผู้เรียนได้ต่อยอดในสิ่งดีๆ ที่มีในตนเอง เป็นเพื่อน เป็นครู เป็นโค้ช

เทคนิคการโค้ชงานและการเป็นพี่เลี้ยง

กลับมา Clinic & Consult กับผู้เรียนพร้อมต่อยอดด้วยเทคนิคการเป็นโค้ชและพี่เลี้ยงกันต่อหลังจากเดือนที่แล้วได้เรียนรู้เครื่องมือของ Lean Canvas และ Design Thinking ไปแล้วและได้ทดลองนำไปใช้ รวมถึงนำไปสอนน้องๆทีมงานให้ใช้เครื่องมือนี้ได้วันนี้จะมาเรียนรู้การใช้เครื่องมือ(Solution)ด้วยเทคนิคการโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมงาน Solution Coaching & Mentoring คือการใช้เครื่องมือพัฒนาทีมงานอย่างครบเครื่องด้วยการ Teaching อธิบายหลักการ ทฤษฎีของเครื่องมือ Training ลงมือปฏิบัติไปพร้อมๆกัน และให้ฝึกฝนด้วยตัวเอง Coaching การสร้างการตระหนักรู้ และประยุกต์ด้วยตัวเอง Consulting การแนะนำแนวทางการใช้เครื่องมือเพื่อจัดการสถานการณ์ด้วยประสบการณ์ของตัวเองหลังจากวันนี้ กลุ่มผู้เข้าอบรมจะไปเข้าแคมป์กับทีมงานเพื่อสร้างกิจกรรม Innovation กันต่อครับ

การเป็นวิทยากรภายในองค์กรอย่างมืออาชีพ

วันนี้กลับมาติดตามกลุ่มวิทยากรภายในมืออาชีพอีกครั้ง .หลังจากไปลงพื้นที่และนำเทคนิคต่างๆไปทดลองสอน วันนี้ต้องใช้บทบาท Mentor - Coach - Consult สลับกันตามจังหวะและเหตุการณ์ต่างๆ การเก็บข้อมูล(เบาะแส)ที่เป็น ความคิด-ความเชื่อ-ความรู้สึก รวมถึงAction ของเขาถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่วิทยากร&โค้ช นำมาใช้เป็นเนื้อหาในการดำเนินClinic session ได้ผมจึงตั้งคำถามเพื่อให้ทุกท่านแชร์ประมาณนี้ครับ คุณสอนใคร สอนอะไร และสอนอย่างไร ? รู้สึกอย่างไรกับการสอนของตัวเอง ? สิ่งที่รู้สึกว่าทำได้ดีในการสอน ? สิ่งที่อยากพัฒนาในการสอนเพิ่มเติม ? ผู้เรียนได้สำรวจตัวเองหลังจากไปสอน ส่วนวิทยากร&โค้ชก็ได้เบาะแส(ประเด็น)จากการฟังและจดบันทึกคำสำคัญที่จะมาสอน-โค้ช-แนะนำ ต่อได้ครับ

พัฒนาวิทยากรภายในองค์กรลูกค้า Train the Internal Trainer

ตอนทำงานเป็น หัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร ชอบสอนน้องๆทีมงานตอน 10 กว่าปีก่อน ออกจากงานประจำเดิม มาทำงานวิทยากรมืออาชีพประจำตอนเป็นวิทยากรมืออาชีพ ก็ได้พัฒนาทีมวิทยากรภายในสถาบัน ให้สอนด้วยมาตรฐานเดียวกัน คนละสไตล์มาโดยตลอดตอนนี้ได้มีโอกาสให้จัดทำโปรแกรม “พัฒนาวิทยากรภายในองค์กรลูกค้า(Internal Trainer)” ให้องค์กรต่างๆ จำนวนมากรู้สึกโชคดีและขอบคุณบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองในการเป็นวิทยากรมืออาชีพ และกำลังขยาย “วิทยากรภายในองค์กร” ให้ได้นำ “ความรู้ฝังลึก(Tacit Knowledge)” ของตัวเอง มาจัดทำเป็นหลักสูตรแล้วสอนในฐานะวิทยากรภายในองค์กรต่อไปวิทยากรภายใน มีความสำคัญมากๆ เพราะสามารถจัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องและตรงความต้องการของบุคลากรภายในองค์กรมากที่สุด…โดยใช้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ของตัวเอง มาดำเนินการในฐานะวิทยากร แทนการสอนงานปกติหากองค์กรต่างๆ สามารถเชิญชวนให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตัวเอง มาเป็นวิทยากรภายในองค์กรกัน ก็น่าจะแบ่งเบาภาระการสอนงานแบบปกติไปได้ระดับหนึ่ง…เพราะผู้เชี่ยวชาญมีคุณค่า อาจไม่มีเวลามากพอที่จะคอยสอนทีละคนก็ได้นะครับวิทยากรภายใน ไม่ได้มาแทนวิทยากรภายนอก ทั้งหมดหรอกครับ…เพราะเนื้อหาหลักสูตรของ หัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้บริหาร เป็น “หลักสูตรเฉพาะบุคคล ที่มีความเชี่ยวชาญ และจัดทำได้ตรงกับแต่ละองค์กรจริงครับ”มาช่วยกันทำให้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ของคนเก่งๆ ในองค์กร ได้นำมาใช้ทำเป็นหลักสูตรกันครับ…แทนที่จะปล่อยไปโดยเปล่าประโยชน์ ดีไหมครับ

การสร้างกรอบความคิดการทำงานเชิงรุก

เมื่อวานมีโอกาสได้บรรยายหลักสูตร "การสร้างกรอบความเข้าใจคิดการทำงานเชิงรุก (Super Proactive Working Mindset)" หลักสูตรนี้ใช้ กระบวนการสอนตามแนวของ Training & Group Coaching & Consulting (T&GC&C ) เริ่มจากการช่วยให้ผู้เรียน เกิดการตระหนักรู้มองเห็น-เข้าใจตัวเองชัดเจนมากขึ้น เมื่อผู้เรียนรู้จักตนเองแล้ว วิทยากรได้พาผู้เรียนเข้าไปถึงหลักการ และองค์ประกอบสำคัญในการไปสู่บุคคลที่มีกรอบความคิดในการทำงานเชิงรุก และขั้นตอนของการทำ Mini- Coaching ในClass ช่วยผู้เรียนให้มองถึงหลักการแล้วกลับ..มามองตนเองอีกครั้ง จึงทำให้เกิดการตระหนักได้ด้วยตนเอง (AHA) ว่าตัวของเขาอยู่ตรงไหน..ระดับไหน..ส่วนไหนของการทำงานเชิงรุก และจะต้องปรับอะไรอีกบ้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของส่วนตนที่ส่งผลต่อทีมงานและองค์กร จนถึงสุดท้ายของกระบวนการเรียนซึ่งผ่านกิจกรรมของการทำงานเป็นทีม และสื่อสารสัมพันธ์การฟัง การเจรจา ซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดในการนำความรู้ที่ได้ไป ประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของงานที่เกิดขึ้นจริงและรู้สึกชื่นชอบกับกระบวนการเรียนที่ทำให้ได้คิดและเชื่อมโยงกับงานในสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา ขอบคุณผู้เข้าอบรมทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ ด้วยความกระตือรือร้นตลอดเวลาค่ะ

เทคนิคการสอนงานด้วย On job Training and Coaching

วันนี้กลับมาสอนแบบ Classroom อีกครั้งครับ หลักสูตร "เทคนิคการสอนงานด้วย On Job Training & Coaching" หัวหน้างานหรือผู้เชี่ยวชาญในงาน เมื่อมีพนักงานใหม่หรือรับหน้าที่ใหม่ในงาน หัวหน้างานก็มักจะมีอีกหนึ่งบทบาทเพิ่มขึ้นมาคือ"ผู้สอนงาน" แต่การสอนงานยุคใหม่ให้สอดคล้องกับโจทย์และความคาดหวังของทีมงาน(ผู้เรียน)อาจต้องใช้หลายๆบทบาทผสมกันเช่น โค้ช พี่เลี้ยง ที่ปรึกษา ครู / ครูฝึก เป็นต้น เพราะผู้เรียนบางคนอาจจะ ไม่อยากทำงานนั้น มีวิธีการ ความคิดของตัวเอง ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นว่าจะทำงานนั้นได้ ไม่รู้สึกว่างานนั้นเป็นเป้าหมายของเขาเป็นต้น ดังนั้น...การให้ความสำคัญที่ผู้รับการสอน ให้เฉพาะสิ่งที่เขาอยากรู้/ควรรู้ แล้วกระตุ้นให้เขากล้าลงมือปฏิบัติ หมั่นฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในรูปแบบที่เขาถนัดและต้องการ รวมถึงการติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดสิ่งต่างๆให้เกิดประโยชน์กับทั้งพนักงานและงานที่รับผิดชอบอยู่.ช่วงนี้ได้รับโอกาสในการสร้างผู้สอน , วิทยากรภายในอยู่บ่อยๆ ได้ทบทวนและพัฒนาตัวเองด้วยครับ

การคิดอย่างมีตรรกะและการคิดนอกกรอบ

รูปแบบการสอนใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอน เพื่อยังคงผลลัพธ์แบบเดิมครับวิทยากรที่สอนแนว Training and Group Coaching จะเริ่มต้นคลาสด้วยชุดคำถามที่ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนได้สำรวจตัวเองตามเนื้อหาที่กำลังเรียนโดยมีวัตถุประสงค์ประมาณนี้ครับ 1.ให้ผู้เรียนได้สำรวจความคิด ประสบการณ์ของตัวเองในเรื่องที่กำลังจะเรียนรู้ก่อนการเรียนรู้ 2.เพื่อให้วิทยากร&โค้ชได้เก็บข้อมูลที่เป็นMindset - ความเชื่อ-ค่านิยม-ประสบการณ์-Methodology ของผู้เรียน เตรียมไว้เชื่อมโยงกับเนื้อหาในแต่ละช่วงสไลด์3.เป็นโอกาสที่วิทยากร&โค้ชจะได้ทำความรู้จักผู้เรียนผ่านการแนะนำตัวก่อนแชร์คำตอบ4.เป็นรูปแบบการละลายพฤติกรรม (Ice Breaking) อย่างหนึ่งระหว่างผู้เรียนกันเองผ่านการพูดคุย sharingคำตอบซึ่งกันและกันและสำคัญที่สุดในเวอร์ชั่นการสอนปัจจุบันของผมคือ "เป็นจังหวะในการสะสมเคส Event ที่เป็นIssued , ปัญหา , ความกังวล , บริบทของเขาเพื่อมองเห็น รูปแบบResponse ที่เขาใช้อยู่" และสามารถนำมาเข้าสู่จังหวะการทำ Group Coach หรือ 1:1 Role Playing ในคลาสต่อได้ครับช่วงเช้าเป็นช่วงสนุก ช่วงท้าทาย ช่วงฝึกฝนสำคัญของผมสำหรับทุกคลาสการสอน เพราะผมจะได้ทำความรู้จักกับผู้เรียน โฟกัสผู้เรียนที่ไม่ใช่แค่ชื่อ ตำแหน่ง ความรับผิดชอบ เพราะ Training and Group Coaching คือ การสอนที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางจริงๆครับ

การบริหารโครงการก่อสร้างในภาพรวม

หลังจากทั้งเลื่อน ทั้งชะลอด้วยเหตุจากทางวิทยากรบ้าง องค์กรเองบ้าง กา รLockdown บ้าง ในที่สุดก็ได้ดำเนินการอบรมในวันนี้"การบริหารโครงการก่อสร้างในภาพรวม" หลักสูตรสำหรับนักบริหารโครงการและผู้เกี้ยวข้องทุกระดับ การสร้างมุมมองในภาพกว้างของโครงการเหมือนฉายภาพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในแต่ละLife Cycle รวมถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบที่เป็น งานที่ต้องทำ ทรัพยากรที่ต้องใช้ อุปสรรค/ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น นำมาสร้างแผนงานบริหารเพื่อใช้ในการติดตาม Monitoring ตามช่วงเวลาอย่างเหมาะสมเพื่อประเมินผลปฏิบัติงาน ความคืบหน้า การใช้ทรัพยากร เทียบกับแผนงาน รวมถึงการใช้ทักษะอื่นๆประกอบเช่น- การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ- การแก้ปัญหาและตัดสินใจ- การเจรจาต่อรอง- การมอบหมายงาน ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้โครงการบรรลุตามเป้าหมายได้ครับ

Conflict Management

Virtual class Conflict Management รุ่น 3 ประเด็นสำคัญของหลักสูตร เข้าใจสาเหตุของความขัดแย้ง: ความต่างของเป้าหมาย ความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ประสบการณ์ ความคาดหวัง ฯลฯ เข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง ว่าเกิดขึ้นได้เสมอ มาแล้วก็ไป (เกิดขึ้นได้และหายได้) ให้ผู้เรียนตระหนักว่าความขัดแย้งที่ตนเองเจอบ่อยๆ เกิดจากอะไร และมีหลุมพรางทางความคิดอะไรที่นำไปสู่ความขัดแย้งนั้น เทคนิคการปรับมุมมอง/ความคิดที่นำไปสู่ความขัดแย้ง หลักการบริหารความขัดแย้งและทักษะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เทคนิค NLP (Neuro-Linguistics Programming- การโปรแกรมสมองด้วยการสื่อสาร/ภาษาเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ) สำหรับบริหารความขัดแย้ง: หลักพื้นฐาน NLP, การเปลี่ยนกรอบความคิด, การสร้าง Rapport และการใช้ภาษาเพื่อสร้างมิตรภาพ การสื่อสารสร้างสัมพันธ์ โดยเริ่มจากการเข้าใจตนเอง เข้าใจว่าผู้อื่นแตกต่างกันตนเองอย่างไร และปรับสื่อสารให้เหมาะกับผู้ฟัง และจูงใจให้คล้อยตาม สิ่งที่ได้เรียนรู้และนำไปใช้ในครั้งนี้ เจตนาของการให้ด้วยความเป็นมิตร เป็นเพื่อน เป็นครู เป็นโค้ช Mindset ต่อคลาส virtual ว่า คือ การเรียนปกติเหมือนคลาสที่เจอหน้า แค่ปรับช่องทางการสื่อสารเป็นผ่านอุปกรณ์เพิ่มขึ้น โดย key ก็ยังเป็น 2 way ปกติ และวางใจในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและ connect กับผู้เรียนตลอด นำกระบวนการ connect ที่ได้เรียนรู้ (จากการไปสังเกตการณ์คลาสอื่น เห็นว่า Facilitator ที่เก่งๆ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เรียนอย่างไร) มาปรับใช้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยแก่การเรียนให้กับผู้เรียน การให้ผู้เรียนเขียนความคาดหวัง และแชร์ เหมือนปักหมุดหมายปลายทาง (Begin with the end in mind) การลงรายละเอียดที่ลึกขึ้นในเนื้อหา ด้วยเจตนาที่อยากให้ผู้เรียนเข้าใจ และ balance ระหว่างรายละเอียดเนื้อหา กับการให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (ทำงานกับตัวเองและแชร์) การเก็บประเด็นโดยการจดประเด็นที่ผู้เรียนแชร์มาใส่ Flipchart ทำให้สามารถนำมาใช้ต่อในการสอนได้ สามารถนำมายกตัวอย่างโดยเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่สอนต่อได้ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพในการเอาไปใช้/ประยุกต์ว่านำสิ่งที่เรียนไปปรับใช้ได้อย่างไร ชอบภาพรวมที่มีเนื้อหาที่ครบถ้วน มีตัวอย่างที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้เรียนเจอ คุยในเรื่องของผู้เรียน และบรรยากาศของคลาสที่มีส่วนร่วมตลอด พลังงานดี ผู้เรียนสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ และเห็น mindset ที่เปลี่ยนแปลงไป ชอบการมี compassion ในการฟัง สะท้อน และชื่นชมสิ่งดีๆ ในตัวผู้เรียน และทำอย่างเป็นอัตโนมัติ

การวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุและจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

การวิเคราะห์เพื่อค้นหาสาเหตุและจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ...หลักสูตรวันนี้แบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ คือ "การคิด" และ "การจัดการปัญหา" ด้วย Mindset & Methodologyปัญหาเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานมีโอกาสพบเจออยู่เสมอ การเข้าใจและยอมรับปัญหาช่วยลดความเครียด ความกังวลที่เกิดจากความเชื่อหรือประสบการณ์ในอดีตได้การใช้ Growth Mindset ปัญหาโดยโฟกัสสิ่งที่ได้เรียนรู้ เติบโต พัฒนา เปลี่ยนแปลงได้จากปัญหานี้ ลูกค้าต่อว่าเพราะสิ่งสินค้าผิด Complainนี้สะท้อนปัญหาอะไรและต้องปรับปรุงคนและระบบหยิบ-บรรจุ-ตรวจสอบอย่างไรเพื่อลดหรือป้องกันปัญหานี้ในอนาคต คาดการณ์ปริมาณการสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้าผิดทำให้มีสินค้าไม่เพียงพอต่อการจำหน่ายประสบการณ์เดิม ความเชื่อเดิม ข้อมูลเดิมทำให้เกิดข้อผิดพลาด การสร้างประสบการณ์ใหม่จากโอกาสการสั่งซื้อที่เข้ามา ต้องใช้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม รวมถึงสร้างความเชื่อใหม่ๆต่อระบบงานขายการระบุปัญหาที่วิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำและการกำหนดเป้าหมายของการจัดการปัญหาที่ชัดเจนเช่น ต้องการแก้ไขสถานการณ์นี้ หามาตรการป้องกันในอนาคต หาระบบงานใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆแทนที่การจัดการแบบเดิมๆเป้าหมายที่ชัดเจนส่งผลถึง Methodology ในการจำแนกแยกแยะ องค์ประกอบต่างๆของเหตุการณ์หรือปัญหาที่กำลังวิเคราะห์เช่น การดับไฟที่กำลังไหม้ กับ การป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้อีกในอนาคตหลักการ กฎเกณฑ์ ทฤษฎีต่างๆที่ใช้ประกอบการคิดเพื่อนำไปสู่Solution ที่ใช้จัดการก็อาจมีความแตกต่างเช่นกันครับคลาสนี้ต้องขอบคุณ อ.ก้อย Tunyapon Koyที่เป็นพี่เลี้ยงผู้เข้าอบรมดำเนินกิจกรรมWorkshop ร่วมถึงประสานงานกับลูกค้าด้วยนะครับ

นักขายบริหารงานขายอย่างเป็นระบบ

หลังจากนักขายรุ่นใหม่ได้ออกField Tripกับกลุ่มพี่เลี้ยงแล้ว วันนี้ก็ได้เวลามาสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้กันครับเนื่องจากกลุ่มวันนี้มีจำนวน7ท่าน จึงเหมาะกับการใช้รูปแบบ Coaching & Consulting เพื่อให้ผู้เรียนได้ซักถามได้อย่างละเอียดและเชิงลึก รวมถึงได้ทั่วถึงครบทุกท่านส่วนวิทยากรในฐานะ Coach & Consult ได้ใช้ทักษะของโค้ชผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง (Role Playing) การใช้คำถามเพื่อสำรวจตัวเอง การใช้คำถามเพื่อสร้างมุมมองใหม่ๆ การใช้คำถามเพื่อให้ตระหนักรู้เชิงลึก การใช้คำถามเพื่อสร้างการยืนยัน การฟังที่คุณค่าและจุดแข็ง (Value & Strength) การฟังที่กรอบความคิดต่อเหตุการณ์ (Mindset) การฟังที่วิธีการ/กลยุทธ์ที่เลือกใช้จากประสบการณ์ของผู้เรียน (Strategy & Methodology) การสะท้อนกลับด้วยคำชม (Positive Feedback) การสะท้อนกลับเชิงท้าทายมุมมอง (Challenging Feedback) สะท้อนกลับแบบ2ทิศทาง (Sandwich Feedback) การให้คำแนะนำที่วิธิการโดยตรง การให้คำแนะนำแบบเปิดมุมมองเพื่อชวนคิดต่อ การให้คำแนะนำโดยใช้มุมมองร่วมของผู้อื่นเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ผมได้ต่อยอดทักษะต่างๆ กระบวนการสอนด้วยการโค้ช รวมถึงประสบการณ์ด้านงานขายในอีกเลเวลหนึ่งครับหลังจากนี้นักขายทั้ง7ท่าน จะได้นำทั้งกรอบความคิดและเทคนิคต่างๆที่เขาเป็นผู้เรียนรู้ไปลงมือปฏิบัติในช่วงเดือนที่สองของField Trip แล้วกลับมาติดตามผลกันในอีกหนึ่งเดือน

การพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่องและการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

มาไกลหน่อยวันนี้ มาอยู่กับกลุ่มผู้จัดการในหมวดหลักสูตรบริหารจัดการ1.Continuous Improvement Process สร้างกรอบความคิดการเปลี่ยนแปลง การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายในโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ การบริหารงานอย่างเป็นระบบ (PDCA Management) การเป็นผู้นำกระตุ้นจูงใจทีมงานให้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง2.Resources Management การสร้าง Ownership Mindset ให้ตัวเองและทีมงาน การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความสูญเปล่า (Lean) การวิเคราะห์เป้าหมายและวางแผนทรัพยากร การบริหารจัดการที่สอดคล้องกับผลลัพธ์และเป้าหมายเป็นอีกหนึ่งหมวดหลักสูตรที่ชอบสอนครับ เพราะได้เชื่อมโยงMindset และ Solution เพื่อการสอนและโค้ชให้เกิดมุมมองใหม่ๆได้ครับ

การวางแผนและติดตามงานอย่างมีประสิทธิผล

หลักสูตร การวางแผนและติดตามงานอย่างมีประสิทธิผล ผมแบ่งเนื้อหาเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกมุ่งเน้นที่ mindset เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนและติดตามงาน สะท้อนให้เห็นความคิด ความรู้สึกของตนเอง เพื่อให้แต่ละคนอยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ส่วนที่สองมุ่งเน้นที่ Tool เพื่อนำไปปรับใข้ด้วยความที่ผู้เรียนมีประสบการณ์ เกี่ยวกับการวางแผนและติดตามงานในระดับเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการทบทวนตัวเองกับเครื่องมือต่างๆที่มีอยู่เพื่อเพิ่มไฟในการกลับไปลงมือทำอีกครั้ง ต้องขอบคุณผู้เรียนทุกท่านกับความตั้งใจเรียนรุ้และแลกเปลี่ยนกันในวันนี้ แน่นอนนว่าวันนี้ผมใช้กระบวนการที่เชื่อมั่น T&GC รวมถึงเพิ่มความสนุกด้วย Powerful Game Coaching เป็นกำลังใจให้กับทุกการเปลี่ยนแปลงครับ ขอบคุณสถาบันเอนเทรนนิ่ง น้องโบว์ช่วยประสานงาน ขอบคุณครูอาจารย์ทุกท่านที่ประสาทวิชา