ผลงานฝึกอบรม

หน้าแรก / ผลงานฝึกอบรม

สร้างโปรแกรมการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับองค์กร

เมื่อวันก่อนทางสถาบันเอ็นเทรนนิ่ง ได้จัดโปรแกรมหนึ่งขึ้นมา เป็นโปรแกรมสมนาคุณให้กับกลุ่มบุคลากร HR ที่ดูแลเกี่ยวกับการจัดทำโปรแกรมฝึกอบรม Core Program นี้อยู่ที่รูปแบบ แนวทางการจัดทำแผนฝึกอบรมเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายขององค์กร ผมนึกถึงคำๆ นึงคือ "Demand Chain & Demand Side" แนวทางการจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมโดยที่ใช้ Customer Centric เป็นแก่นของการคิดรูปแบบ "Demand Side" คือ ที่มาของการทำ Training Roadmap หรือ แผนพัฒนาบุคลากรประจำปี มีจุดเริ่มจากอะไรได้บ้าง ต้องการให้สอดคล้องกับ Vision, Mission, Core Value ใช้ Training Need Survey จากพนักงานหรือผู้จัดการ ประเมิน Competency Gap เพื่อพัฒนาตามระดับพนักงานและ Functional โปรแกรมพัฒนาอื่นๆเช่น Talent - Succession Plan, Internal Trainer เป็นต้น Demand Chain คือ กระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นแนวคิดของโปรแกรมจนกระทั่งอบรมแล้วเสร็จ "HR" .. เริ่มออกแบบและจัดทำTraining Roadmap ที่ชัดเจน สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตขององค์กร "ผู้บริหาร"... พิจารณาและอนุมัติแผนอบรมกับงบประมาณ "วิทยากร&สถาบันจัดฝึกอบรม" ซึ่งHRและผู้บริหารคัดเลือก โดยสามารถตอบโจทย์ทั้งเนื้อหา กระบวนการสอน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง...และงบประมาณที่ตั้งไว้ "พนักงาน,สถานที่" ... จัดเตรียม วางแผน กำหนดนัดหมายเพื่อดำเนินการฝึกอบรมตามแผน "HR , ผู้บังคับบัญชา" ... ดำเนินติดตาม ประเมินและวัดผลลัพธ์หลังจบโปรแกรม จาก Demand Side & Demand Chain มองภาพรวมและวิเคราะห์องค์ประกอบย่อย กลายเป็นที่มาของสิ่งที่ทางสถาบัน น้องๆ ทีมงาน รวมถึงวิทยากร ที่ช่วยจัดเครื่องมือต่างๆตามกลยุทธ์ที่กำหนด เพื่อคอยสนับสนุน ช่วยเหลือองค์กรต่างๆอย่างเต็มความสามารถ

ผู้นำ 3 เก่ง พัฒนาคน สร้างผลงาน

จบอย่างเฮฮามีสาระครบรส ในหลักสูตร ผู้นำ 3 เก่ง พัฒนาคน สร้างผลงาน เป็นผู้นำ นอกจากต้องเก่งเรื่องบริหารงานแล้ว ยังต้องเก่งเรื่องบริหารคน และที่สำคัญต้องสามารถ โค้ชทีมงานให้สร้างผลงานที่ดีขึ้นได้ด้วย ผู้เข้าอบรมชอบ กิจกรรม รู้จักตนเองด้วย disc การทำ workshop สื่อสารกับทีมงานแบบ ต่างๆ และ role play ในบทบาทผู้นำ ตามกรณีศึกษาได้ดีเยั่ยม งานนี้ ผู้นำทุกคนสามารถทำได้ เพียงรู้เทคนิค การรู้จักสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนแต่ละแบบและบริหารทีมงานแบบ 360 องศาได้ เสียงสะท้อนจากผู้อบรม ต่างบอกว่า เรียนสนุก ชอบกิจกรรม และพึ่งเคยเจอ อจ.แบบนี้เป็นครั้งแรก สัมผัส ตัวเอง รวมศาสตร์ที่มีมา รู้จักผู้เข้าอบรมจากกิจกรรมแนะนำตน workshop ต่างๆ มาประยุกต์ให้เข้ากับแต่ละหลักสูตร แต่ละองค์กรอย่างเหมาะสม และ กลมกล่อม เพื่อประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรมอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณ บ. ไดเกียว คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ขอบคุณ น้องตาล ผู้ประสานงาน และสถาบันเอ็นเทรนนิ่ง ขอบคุณน้องน้ำ สาธุกับความดีงาม จิตเบิกบานเพราะปล่อยเป็น ผู้ช่วยและการทำ vdo

สร้างโปรแกรมการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับองค์กร

วันนี้ กับการชวนคิดชวนคุย กับ HRD ขององค์กรในการแปลงโจทย์ จากผู้บริหาร เป็นโปรแกรมพัฒนาบุคคลากร เป็นกลุ่มที่ 2 ในปีนี้ สนุกกับโจทย์ที่หลากหลาย สำหรับทีมงานของเอ็นเทรนนิ่งแล้ว หากช่วย HRD ให้สามารถอธิบาย ที่มาของการออกแบบโปรแกรม ที่ตอบความคาดหวังขององค์กร และสามารถวัด/ติดตามผลลัพธ์การอบรมได้ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริหาร และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้จะได้ออกแบบโปรแกรมให้กับหลายๆ องค์กรมาแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องที่พัฒนาได้อีก เมื่อได้พูดคุยกับผู้เข้าอบรมกลุ่มนี้ ขอบคุณคุณลูกค้าที่ร่วมกิจกรรมตลอดทั้งวัน และมีสิ่งที่จะนำไปทำ และ ปรับปรุงเพิ่มเติมแผนเพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ

คำตอบที่ไม่คาดคิด !!!กับคลาสวันนี้ ผมเริ่มต้นคลาสด้วยคำถามประจำหลักสูตรคือ ใครชอบปัญหาบ้างครับ ??? และคำตอบของคำถามก็แทบไม่ต่างจากทุกคลาสของหลักสูตรนี้ก่อนหน้านี้คือ ไม่มีใครชอบ!!! เป็นสัญญานเล็กๆว่าวันนี้กระบวนการสอนควรให้สัดส่วนในเรื่องวิธีคิด (Mindset) ต่อปัญหา ไม่แพ้เทคนิค วิธีการแก้ปัญหา (Methodology) เพื่อให้การสอนหลังจบคลาสแล้วช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตัวเองแล้วสร้างมุมมองเชิง Positve กับปัญหามากขึ้นกว่าตอนเริ่มคลาส สิ่งที่ผู้เรียนท่านหนึ่งแชร์หลังจบคลาส ทำให้ผมเซอร์ไพรซ์ (ระดับหนึ่ง) "ถ้าให้อาจารย์ถามอีกครั้งตอนนี้ว่า ใครชอบปัญหาบ้าง ผมคิดว่าคำตอบก็คงเหมือนเดิม คือ ไม่มีใครยกมือ!!!!""แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้และคิดว่าเพื่อนๆน่าจะคล้ายกันคือ เราไม่กลัวเมื่อต้องเจอปัญหา เพราะเรารู้ว่าจะ Handle กับปัญหาอย่างไร " ผมยังเชื่อลึกๆว่า คำตอบที่เกิดขึ้นมาจาก "กระบวนการสอน" มากกว่า "ผู้สอน"กระบวนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนเดินผ่านเส้นทางของความละเอียดในสมการ E+R=O มองเห็นกรอบความคิดทั้งเชิงบวก (Growth) และเชิงลบ (Fix) ที่ใช้ Response กับ Event ยอมรับกรอบความคิดที่นำไปสู่ Outcome ที่ยังไม่ Ok (Self Awareness) อยากเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดใหม่ (สร้างResponseใหม่ๆด้วยการมองคุณค่าของปัญหาหรือ Event ที่เผชิญ) เทคนิค เครื่องมือ ที่เขาเป็นชอบ เชื่อ ใช่ และเป็นผู้เลือกอยากนำไปใช้...จัดการกับปัญหาที่กำลังเผชิญ (ขยาย Comfort Zone) เทคนิคการสอนที่ทำให้ กรอบความคิดกับวิธีการ..เป็นเรื่องเดียวกัน ผู้เรียนรู้ว่าเขาติดอยู่ตรงจุดไหนของกระบวนการจัดการปัญหา เขารู้สึกว่าปัญหาที่เคยใหญ่...เล็กลงกว่าเดิม "แสงสว่างปลายอุโมงค์" คำนี้ผุดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าแสงสว่างนั้นจะเป็น มุมมองใหม่ ตัวตนใหม่ กรอบความคิดใหม่ วิธีการจัดการใหม่ ที่จะนำไปสู่ Action ใหม่ๆที่ผู้เรียนเป็นผู้เลือกเอง ขอบคุณ Training and Group Coaching ที่ทำให้มีความสุขทุกครั้งหลังคลาสสอน

Creative Positive Brain at Work

มองภาพแล้ว เห็นคำคู่ไหนบ้างครับ ? Rapport for Creative Positive Thinking วันนี้เดินทางไกล มาชวนคิดถึงราชบุรี ให้กับทางบริษัท ราชบุรีเวอลด์ โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (สำนักงานใหญ่) แต่ก็ได้แนวคิดในการ Upgrade การสอนในหลายจุดคุ้มค่ากับที่มา โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความเชื่อมสัมพันธ์ เพื่อเชื่อมตัวเรา เข้ากับผู้เรียน เพื่อเชื่อมผู้เรียน เข้ากับหลักสูตร โดยปกติในกระบวนการ Training and Group Coaching จะมีเทคนิคหนึ่งคือการใช้คำคู่เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ในช่วงเริ่มต้น วันนี้ได้ทดลองอีกเทคนิคคือการใช้คำคู่ คู่กับการอธิบาย Conceptual Model ในแต่ละส่วน เพราะผมมองว่า Conceptual Model หนึ่งภาพ มีหลายจุดที่สร้างชุดคำให้ผู้เรียนตะหนักรู้ได้ บนภาพๆ นี้ เรากำลังใช้ "ความคิด" หรือ "อารมณ์" ในการแก้ปัญหา (Thinking and Feeling Brain) เรากำลังใช้ "ข้อมูล" หรือ "ประสบการณ์" ในการวิเคราะห์สถานการณ์ (Perception) เรากำลัง "รักตัวเอง" หรือ "ตามใจตัวเอง" กับสถานการณ์ที่เจอ (Lazy Brain) เรากำลัง "ใช้ศักยภาพ" หรือ "สร้างหลุมพราง" บนคุณค่าของตัวเอง (Brain CARES)และเรากำลัง "สร้างสรรค์" หรือ "สร้างนิสัย" ให้ตนเอง ครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งแรกในการใช้ Rapport ร่วมกับการสร้างภาพ Conceptual ในสมองของผู้เรียน และคิดว่า น่าจะลงลึกในรายละเอียดได้อีก ในครั้งต่อๆ ไป อยากได้ไปใช้อีดเร็วๆ เลยครับ

ทักษะการนำเสนอ Presentation Skill

วันนี้สอนหลักสูตร ทักษะการนำเสนอ (Presentation Skill) กลุ่มหัวหน้างานระดับต้น ให้เขาสร้างกรอบความคิดในการนำเสนอที่ดี ผ่านกระบวนการ Training and Group Coaching โดย ให้เขาอยู่ในสภาวะที่ดี มีการกำหนดเป้าหมาย/ตั้ง ความคาดหวัง focus กับการเรียน ให้สำรวจ ความคิด ความรู้สึก เมื่อจะนำเสนอ ซึ่งส่วนใหญ่ มี "ความกลัว" ในการนำเสนอ - กลัวคนฟังไม่รู้เรื่อง - กลัวคนฟังถามในสิ่งที่เราไม่รู้ - ไม่มีเทคนิคนำเสนอ ให้เทคนิคในการเตรียมตัว และ ขั้นตอนการนำเสนอ แล้วให้ทดลองปฏิบัติจริง สิ่งที่ให้ผู้เรียนฝึกฝน ใน class ผ่าน workshop ต่างๆ เตรียมตัวทุกครั้ง ที่จะนำเสนอ สร้างความมั่นใจ เตรียมข้อมูล และ ออกแบบนำเสนอ ให้สอดคล้องคุณลักษณะ และ ความคาดหวังของผู้ฟัง สร้างความเชื่อถือให้ผู้ฟัง สื่อสารสร้างสัมพันธ์ ไม่จินตนาการเชิงลบกับผู้ฟัง สร้างการเขื่อมโยง รับฟังอย่างตั้งใจ ในสิ่งที่ผู้ฟังสอบถาม สร้างการยอมรับ ใช้คำถามสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน สร้างความเชื่อมั่น สนุกกับการนำเรื่องงานที่ตัวเองดูแล มาสร้างสรรค์ เป็นการนำเสนอแล้ว Role play เพื่อซ้อมก่อนขึ้นนำเสนอจริง

การคิดเชิงตรรกะและการคิดนอกกรอบ

การคิดเชิงตรรกะและการคิดนอกกรอบ หลักสูตรสองวันนี้ สอนด้วยคีย์เวิร์ดคำคู่เพื่อสร้างกรอบความคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking Mindset) กับการพิชิตเป้าหมาย เมื่อเจอ "อุปสรรค" เราโฟกัสที่ "อุปสรรค" หรือ "เป้าหมาย" ?? เราแก้ปัญหา "เฉพาะหน้า" หรือคิดเพื่อหาแนวทาง "ปรับปรุงในระยะยาว" ไปพร้อมกัน ?? สถานการณ์ไหนเราใช้ "ข้อมูล" มาประกอบการคิด สถานการณ์ไหนเราใช้ "ประสบการณ์" ?? เราคิดแนวทางที่ "หลากหลาย" หรือ "ยึดมั่นในแนวทาง" ที่เชื่อมั่นแล้วตัดสินใจ ?? "คิด" กับ "รู้สึก" เราจะเลือกใช้อย่างไร ?? การสร้างกรอบความคิดที่สอดคล้องกับแนวทางของแต่ละทักษะ ช่วยให้มองเห็นกระบวนการคิดที่มีประสิทธิภาพครับ

Entrepreneur Mindset

เปลี่ยน Fix Mindset เป็น Growth Mindset คลาสวันนี้รู้สึกละเอียดมากขึ้น มีเครื่องมือใหม่มากขึ้น ฟังผู้เรียนเชิงลึกมากขึ้น เพื่อหยิบมุมต่างๆ ที่เป็นเบาะแสของ Fix Mindset เพื่อมาชวนให้ผู้เรียน มองเห็น Mindset ที่เป็นที่มาของพฤติกรรม ยอมรับกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจาก Mindset ที่เลือกใช้ อยากปรับเปลี่ยน Mindset ใหม่เพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆ ทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับ Mindset อาจทำให้ผู้เรียนรู้สึกชอบได้ แต่อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียนพร้อมขยาย Comfort Zone ด้วยMindsetใหม่ๆได้ หากผู้เรียนมีศัตรูของ Growth Mindset เช่น คงได้แค่นี้ เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก คิดเองก็ไม่เกิดประโยชน์ อื่นๆ อีกหลายความเชื่อ (ที่เป็นข้อจำกัด) การทำให้ผู้เรียนมองเห็น-ยอมรับ-อยากเปลี่ยนด้วยเทคนิคการสอน เรื่องเล่า ตัวอย่างสมมติ เพื่อชวนคิด Roleplaying ด้วยสถานการณ์จริงแล้วถอดบทเรียนเทคนิคที่ใช้ การใช้หลักการสร้างการตระหนักรู้ กรณีศึกษาด้วยสถานการณ์คล้ายจริงเพื่อสร้างกระบวนการเปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์คือ ผู้เรียนมีมุมที่รู้สึกชอบ เชื่อว่าเป็นไปได้ ใช่กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ นำไปใช้ปรับเปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ของตัวเอง ขอบคุณบรรยากาศคลาสวันนี้ เป็นอีกหนึ่งคลาสที่เหมือนทุกคลาสที่ช่วยให้ผู้สอนมี Powerful ในกระบวนการ Training and Group Coaching ตลอด 6 ชั่วโมง

จิตวิทยาการบริหารและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา

หลักสูตร จิตวิทยาการบริหารและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา รุ่น 2 กลุ่มผู้เรียน manager, leader, talent staff บ.ฮอนด้า (อยุธยา) ใจความสำคัญ ธรรมชาติมนุษย์ชอบได้รับการยอมรับ ชอบให้คนมองเค้ามุมดีๆ (จับถูก) ชอบให้คนเห็นคุณค่า หากมีครบ คนๆ นั้นจะอยากพัฒนา อยากเก่งด้วยตัวของเขาเอง ปฏิบัติกับลูกน้องแบบคนๆ นึง ไม่ใช่พนักงาน เข้าใจความสำคัญของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์กับลูกน้อง การรับฟังแบบเปิดใจ และการโค้ช รับรู้ความต้องการของลูกน้องและทำให้เขาเห็นประโยชน์ในสิ่งที่จะมอบหมาย/จูงใจให้ทำ เห็นความคิดเชิงลบของตนเองในการเป็นผู้นำ ตระหนัก และก้าวข้ามความคิดเชิงลบด้วยเทคนิคต่างๆ เข้าใจความแตกต่างของบทบาทต่างๆ ของผู้นำ เช่น manager coach trainer teacher consult จังหวะไหนใช้อะไร รูปแบบการเรียนรู้ คุยไปเรียนไป เน้นให้ตอบโจทย์ผู้เรียน โดยชวนคิดในสถานการณ์จริง ให้เห็นอุปสรรค เชื่อมโยงเทคนิคที่จะนำไปใช้ในเหตุการณ์จริง และกรณีศึกษา ถอดบทเรียนจากการสอน ก่อนสอนตั้งใจจะเตรียมการสอนและปรับเนื้อหาที่พูด ปรับเอกสาร แต่ได้มุมมองจาก อ. ปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ ทำให้ตัดสินใจไม่แก้เอกสาร หรือแก้กระบวนการสอนใหญ่ๆ พอตอนเตรียมจริง ก็คิดจะแก้สคริป แต่เริ่มเห็นความคิดภายในตัวเอง ว่าจะปรับแล้วรวน แล้วนึกถึงคำพูด อ.วีรพันธ์ เกษสังข์ ที่ถามว่าเราปรับได้จริงเหรอ จึงตัดสินใจใช้สคริปเดิม ไม่เขียนใหม่ และเตรียมสอนให้เต็มที่แทน เริ่มเรียนรู้จากคลาสออกกำลังกาย ว่าคลาสที่เราอยากเข้าคือคลาสที่ อ สร้างบรรยากาศสบายๆ ไม่กดดัน และให้กำลังใจ มี อ ท่านนั้นเป็น role model และตั้งใจที่จะสร้างบรรยากาศให้สบายๆ มากขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนกล้าเปิดและพร้อมที่จะเรียนรู้และทำกิจกรรม เห็นว่าครั้งนี้บรรยากาศในคลาสก็ดีเพิ่มขึ้น ระหว่างสอนเห็นความยืดหยุ่นของตัวเองที่มากขึ้น ทำให้โฟกัสที่ผู้เรียนมากกว่าเนื้อหามากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา เชื่อมั่นในศักยภาพผู้เรียนมากขึ้น เชื่อมั่นในกระบวนการสอน และเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น ตั้งใจที่จะเป็นพลังงานดีๆ ที่สนับสนุนผู้เรียน

การเป็นวิทยากรมืออาชีพ

ความกลัว..ทำให้เตรียมตัว ความใส่ใจ..ทำให้ละเอียดต่อกระบวนการ ความกล้า..ทำให้ลดปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ความวางใจ..ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ ความมั่นคง..ทำให้เห็นทั้งหมดเกิดขึ้น การมาเป็นวิทยากร แบบ Facilitative Coach ในหลักสูตร "วิทยากร มืออาชีพ" ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นเหล่าวิทยากร ในหน่วยงานรัฐบาล ในระยะเวลา 3 วัน เป็นความท้าทายอย่างที่สุด ที่ผมตัดสินใจกระโดดลงน้ำครั้งนี้ ทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าการว่ายน้ำของเราแข็งพอรึยัง สิ่งที่ได้รียนรู้คือ เมื่อเราเชื่อมั่น กระบวนการ วางใจ ทำเหตุให้ดี จะได้ผลอันซึ่งเกิดจากเหตุ ซึ่งไม่ใช่การได้วิทยากรที่ดูดีขึ้น แต่เป็นวิทยากรที่ฟังผู้เรียนมากขึ้น กล้ามากขึ้น และมั้นคงมากขึ้น อันซึ่งความมั่นคงไม่ได้มาจากการบอกตัวเองว่าต้องดี หากแต่เป็นการยอมรับว่ามีความเปราะบาง ความกระเพื่อมเกิดขึ้น ขณะที่เราก็ทำงานของเราต่อไป และการสร้างพื้นที่ให้เกิดการยอมรับมุมมองที่แตกต่างนั้นมีพลังมากกว่าสิ่งใด เพราะเสมือนการติดดาบการเรียนรู้ในชีวิตจริงให้แก่ผู้เข้าร่วม ขอบคุณคำชื่นชม ของขวัญ และคำแนะนำดีๆที่ผู้เข้าร่วมได้มอบให้ เพื่อให้ผมได้พัฒนาตนเองเพิ่มมากขึ้นบนเส้นทาง Facilitative Coach และขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในการบ่มเพาะผมให้เติบโตจนได้มาแบ่งปันกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อประเทศในครั้งนี้ ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ข้าราชการรุ่นใหม่ ที่มีอุดมการณ์และความตั้งใจที่จะทำงานของตนเองอย่างเต็มที่ ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจกลับบ้าน และมีแรงที่จะทำงานในเส้นทางนี้ต่อไป

ทักษะการนำเสนอ Presentation

สอนหลักสูตร Presentation ให้น้องๆ ว่าที่วิศวกร สอนหลักการของ การสื่อสารสร้างสัมพันธ์ เรียนรู้ผู้ฟัง การออกแบบการนำเสนอที่โดนใจ การนำเสนอ ด้วยการฟัง การถาม และ การตอบคำถามอย่างมั่นใจ ได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ประจำภาควิชา และสอบถามถึง การนำไปประยุกต์ใช้ในงาน ของภาควิชานี้ ทำให้ทึ่งกับเทคโนโลยียุคใหม่ มีอะไรอีกมากมายในโลก ที่ก้าวล้ำเกินกว่าในยุคของเราได้ศึกษา น่าสนุกดี น้องๆ ที่น่ารักช่างซักช่างถาม ช่างสงสัย สมกับเป็นวิศวกรที่มีความพร้อมในการเข้าสู่วัยทำงาน ชวนให้รู้สึกอยากกลับไปเรียนวิชาฟิสิกส์อีกครั้ง ขอให้น้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จในเป้าหมาย ที่ประกาศไว้ก่อนเข้า class และ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมอย่างที่น้องตั้งใจ ต่อไป นะคะ

สร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีต่อองค์กร

จบไปอย่างสนุกสนาน กับการอบรมหลักสูตร สร้างจิตสำนึกและทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ทัศนคติที่ดีสร้างได้ สร้างจากการคิดด้านดีด้านบวกต่อเรื่องที่ต้องการสร้างทัศนคติที่ดี ด้วยการฝึกรับรู้ข้อดีบ่อยๆ วันละ 3 เวลา จนเป็นนิสัย ค่ะ โดยเริ่มจากที่ตัวเรา แล้วขยายไปยังคนและสิ่งรอบข้าง บ่อยๆ ทัศนคติที่ดี บอกการกระทำที่ผลการทำงาน จิตสำนึกรักองค์กร แสดงออกที่พฤติกรรม กรอบความคิดคุณภาพ มองเห็นจากการเติบโต งานนี้สนุกมาก โดยเฉพาะเกมส์ใหม่ ที่มากระตุ้นการเรียนรู้ ผู้เข้าอบรมพยายามช่วยกันตอบคำถาม เพื่อให้คะแนนกลุ่มเยอะที่สุด เมื่อเป็นสอนรอบรอบ2 กับบริษัทเดิม แน่นอนกิจกรรมเราต้องไม่ซ้ำเดิมกับรอบแรก สนุก ได้ความรู้ ได้สิ่งที่ต้องการเริ่มทำ ถูกใจคนสอน คนเรียน และ ผู้บริหาร ขอขอบคุณ บ. ต้าฟงอุตสาหกรรม จำกัด ที่ไว้วางใจ และเจอกัน สอนรอบ3 ในเดือนธันวาคม

การพัฒนา 6Q สู่ความสำเร็จ

เมื่อวานได้ไปแลกเปลี่ยนในเรื่อง "การพัฒนา 6Q สู่ความสำเร็จ" ในปัจจุบันงานมีแรงกดดันเข้ามามากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงและความเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข การบริหารคนภายในองค์กรให้มีความสุขกับงานเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น 6Q มีทั้ง IQ EQ CQ OQ AQ SQ (ซึ่งปัจจุบันมีนอกเหนือจากนี้ไปอีกเยอะ) การเลือกใช้แต่ละตัวขึ้นอยู่กับจังหวะและการพัฒนา การจะใช้ได้อย่างคล่องแคล่วอยู่ที่การหยิบมาใช้บ่อยๆ และทันสถานการณ์ IQ คนเราไม่ได้มีระดับที่เท่ากันเสมอในแต่ละวัน,การพัฒนาไอคิวในปัจจุบัน สามารถทำได้ผ่าน process dual N back EQ/EI การรับรู้ ควบคุมและบริหารอามรณ์ตนเองและกับคนรอบข้างเพื่อให้ชีวิตการการลื่นไหล มีประสิทธิภาพ AQ กับ Grit มีความใกล้เคียงกัน มีบางส่วนที่ซ้อนทับกัน AQ จะไม่ได้พูดถึง passion เหมือน Grit แต่จะเน้นเติบโตจากความยากลำบากที่เข้ามา ยืดหยุ่นและล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ CQ ใช้เพื่อต่อความคิด พลิกวิธีคิดไปในทางสร้างสรรค์ หาชิ้นส่วนจากสภาพแวดล้อมที่มีมาสร้างแนวทางใหม่ๆ OQ ความมีส่วนร่วมในงานของเรากับตัวเรา กับทีมเรา กับองค์กรเราเพิ่มเติบโตด้วยกัน ไม่ใช่เพื่อตัวเราคนเดียว SQ รู้ตน รู้เป้าหมายชีวิต มีธรรมจริยาที่ดี มีเมตตา เอื้อเฟื้อ เข้ากับเหตุการณ์รอบๆตัวที่เข้ามาได้ Learning เพิ่มเติม การเก็บเบาะแสไปแชร์รวมได้ ช่วยดึง attention และตรงกับสิ่งที่ผู้เรียนสนใจได้ดี ช่วงเบรคมีคนที่สนใจมาถามเรื่องคุณค่าจากภูเขาน้ำแข็งเพิ่ม เป็นอีกโจทย์ที่จะพัฒนาต่อให้เชื่อมกันกับ 6Q ในรอบหน้า และโจทย์หา workshop ที่ใช้ฝึกที่หลากหลายมากขึ้น ในแต่ละจุดถ้าตกตะกอนเนื้อหาแล้วปรับให้กระชับ เข้าใจง่ายได้จะเป็นบทพูดสรุปแต่ละจุดที่ช่วยให้ผู้เรียนได้แก่นนำไปเชื่อมได้ดีขึ้น

นักขายพิชิตยอดขาย

เมื่อวานได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยน หลักสูตร "นักขายพิชิตยอดขาย" เป็นคลาสหนึ่งที่ค่อนข้างกันเองดีมาก ด้วย process Training and Group Coaching ในการสอน ทำให้ผู้เรียนจากเดิมนักฟัง ค่อยๆมี participate มากขึ้นจนจบคลาส แต่ละคนได้ personalise roadmap การขายที่เป็นระบบมากขึ้น นำไปพัฒนาตามสถานการณ์ของตัวเองต่อไป องค์ประกอบของนักขายที่พิชิตยอดขาย 1. กรอบความคิด เช่น-Mindset ที่นักขายมีต่องานมีผลต่อยอด, การสร้างแผนที่ เข็มทิศในการทำงานขาย, การบริหารระหว่างจุดแข็งกับสไตล์ของนักขาย 2. ทักษะ -เช่น ทักษะการฟังลูกค้าเมื่อใช้คู่กับคำถามที่ถามลูกค้า, การเข้าหาลูกค้าด้วยคุณค่าที่ตรงกับลูกค้า 3. ความรู้ -เช่น การบริหารการขายอย่างเป็นระบบ,การใช้กลยุทธ์เข้าหาลูกค้าแต่ละกลุ่มด้วยหลักการ CARES การเป็นนักขายที่จะประสบความสำเร็จในยอดขาย กรอบความคิดและวิธีจัดการกับหลุมพรางในจิตใจ (ที่วนเวียนมาได้เสมอ) เป็นต้นทางของความสำเร็จในอาชีพ สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นครั้งนี้ 1. ยิ่งเราตั้งคำถามกับหลักการหรือ Keyword บ่อยเท่าไร เรายิ่งเข้าใจความหมายในพื้นที่ๆกว้างขึ้น แยก layer ได้มากขึ้น และยังทำให้การอธิบายออกไป simplify ได้มากขึ้น 2. การมี class management ที่ดี ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือการใช้เวลา connect กับผู้เรียนก่อนเข้าเนื้อหาได้มากพอ 3. เซลเป็นนักปฏิบัติ เป็นนักแก้ปัญหา การใช้ roleplay โดยให้ฝึกใช้หลักการที่สอน ช่วยสะท้อน ช่วยให้เห็นตัวเองและเกิดความอยากเปลี่ยนแปลงที่ดี และเห็นประโยชน์จริง 4. การจำชื่อได้ผู้เรียน เป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้นในเริ่มต้น connect ที่ทำได้ง่ายๆ 5. การมีตัวอย่างการอธิบายเชิงเปรียบเทียบ ถ้าเรามีเก็บไว้หลากหลายจะทำให้มีความคล่องตัวในการเลือกหยิบมาใช้งาน ให้ผู้เรียนได้เข้าถึงมากขึ้น

จิตวิทยาบริหารและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา

ขอเขียนย้อนหลังหน่อยนะคะ บันทึกไว้ปีหน้าตัวเองจะได้กลับมาเห็นอีก เป็นลูกค้าของฮอนด้ามานาน เมื่อวันอังคารก็ได้มีโอกาสมาสอนหลักสูตรจิตวิทยาบริหารและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ฮอนด้า อยุธยา ด้วย ดีจังที่ได้มีโอกาสเข้ามาในโรงงานและเห็นการทำงานที่มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยค่ะ หลักสูตรนี้ ผู้เข้าอบรมมีทั้งคนที่มีตำแหน่งหัวหน้า และคนที่ไม่ได้เป็นหัวหน้า โดยผู้จัดการฝ่ายเป็นคนส่งมาอบรม และจัดให้ถึง 2 รุ่น แสดงถึงการที่หัวหน้าเห็นความสำคัญของการพัฒนาลูกน้องให้เป็นผู้นำ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งก็ตาม และที่สำคัญท่านมากล่าวเปิดให้กับลูกน้องด้วย และมานั่งฟังด้วยพอสมควรค่ะ หัวใจสำคัญของการบริหารและจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้นำ คือ คนที่ผู้อื่นเชื่อถือ ยอมรับ และไว้วางใจและจูงใจผู้อื่นให้คล้อยตามได้ การจูงใจผู้อื่นจะเกิดขึ้นเมื่อทำให้เขาเห็นประโยชน์ของสิ่งนั้น ธรรมชาติมนุษย์ อยากให้คนอื่นชื่นชม เห็นคุณค่า และยอมรับ หากผู้นำสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ จะช่วยให้ผู้อื่นอยากพัฒนาตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วทุกคนล้วนอยากเก่ง อยากพัฒนา อยากประสบความสำเร็จค่ะ วิธีหนึ่งของการยอมรับ คือ การฟังอย่างเข้าใจและการถาม แทนการสั่งอย่างเดียว เพื่อให้เขาได้แบ่งปันมุมมองแนวคิด เพราะคนทุกคนล้วนมีศักยภาพค่ะ ทุกคนอยากแบ่งปันมุมมองแนวคิด (ถ้าอีกฝ่ายรับฟัง) ทักษะที่ผู้นำควรมี ได้แก่ ทักษะโค้ช การฟัง การถาม ทัศนคติเชิงบวก การจับถูก มองมุมบวกของผู้อื่น สิ่งที่ตนเองเรียนรู้ครั้งนี้ การรับฟังอย่างตั้งใจและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในห้อง ช่วยให้ผู้เรียนกล้าที่จะแบ่งปันมุมมองแนวคิด การให้พลังกับผู้เรียน คือ การช่วยให้เขาเห็นว่าตนเองมีศักยภาพ และสามารถทำให้ทุกอย่างดีขึ้นโดยเริ่มต้นที่ตัวเอง.. ผู้นำ เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่ตนเอง การ roleplay โดยให้ผู้เรียนแสดงเป็นลูกน้องแบบที่เขารู้สึกว่าท้าทาย และ อ.แสดงเป็นหัวหน้า ช่วยให้ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำให้ลูกน้องเห็นประโยชน์และให้ลูกน้องได้คำตอบด้วยตัวของเขาเอง ขณะที่เราถ่ายทอด แบ่งปัน ก็ดู feedback ของผู้เรียน เพราะผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แล้วปรับตามผู้เรียน ก็เป็นการทำให้เป็นตัวอย่างของการเป็นผู้นำเช่นกัน ผู้นำสื่อสารแล้วสนใจผู้ฟังมากกว่าสนใจความต้องการของตัวเอง

การสร้างกระบวนการขายอย่างมืออาชีพ

ดีใจมากค่ะที่ได้มาสอนที่นี่ บริษัท SE-ED หลักสูตร การสร้างกระบวนการขายอย่างมืออาชีพ (Building professional selling process) ตอนแรกเห็นรายชื่อ ตำแหน่ง แอบเกร็งเล็กน้อยค่ะ ระดับผู้บริหารทั้งนั้นเลย แต่ท่านๆ ตั้งใจ ร่วมกิจกรรม กันดีมาก สอนกับองค์กรรักการเรียนรู้ Role play ตีบทแตกกันมาก ให้รางวัลตุ๊กตาทองเลยดีเทียว ท่านๆ ได้แลกเปลี่ยน ทักษะ ประสบการณ์ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย เช่นว่า แค่เป็นตัวเอง ก้อยอดเยี่ยมมาก สอนผู้บริหาร สนุกกว่าที่คิดไว้ มีความสุขกลับไปอีกวัน ว่างๆจะมาสรุปอีกรอบค่ะ ขอบคุณ คุณเตย Entraining ที่สอนประสานงานอย่างดี ขอบคุณ อจ สุณิชชา ที่มาสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ขอบคุณทีมงาน SE-ED คุณนีโน่ นำสันทนาการได้ยอดเยี่ยมมาก ขอบคุณ SE-ED ที่ไว้วางใจ

Supervisor as a Coach

Coaching in Practice หลักสูตร Supervisor as a Coach 2 วันนี้อยู่กับผู้เรียน สังเกตการณ์การใช้กระบวนการโค้ชในการฝึกอบรม ในแบบ coach the coach ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่ต้องปรับ mindset กับบทบาทหัวหน้า ให้มาฝึกการใช้บทบาท coach เป็นโค้ชนี่ต้องอึดเหมือนกันนะ เพราะการทำให้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากบทบาทหนึ่งที่ปฏิบัติมานานแสนนาน ด้วยความคุ้นเคย มาใช้อีกบทบาทหนึ่ง ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างความเชื่อมั่น ให้ผู้เรียนนำไปใช้จริง ต้องอยู่กับบทบาทโค้ช ตลอดเวลา เพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้เรียน เห็น ยอมรับ และ อยากนำไปใช้ด้วยความเต็มใจ มุมมองเกี่ยวกับโค้ช ที่เคยเชื่อมาก่อนหน้านี้ ถูกเปลี่ยนใหม่ มีหลายเรื่อง ที่จะลองกลับไปใช้ดู

Effective Teach Train Coach

เรามักถามคนเรียนว่า เขาคาดหวังอะไร เขาอยากเปลี่ยนแปลงในเรื่องใด? แล้วตัวเราเอง เวลาไปสอน เราคาดหวังอะไร เราอยากเปลี่ยนตัวเองในเรื่องใด? จากการได้มีโอกาศไปชวนคิด ในหลักสูตร Effective Teach Train Coach ให้กับทางบริษัท Asian Insulator ที่สิงห์บุรี การได้ไปชวนผู้เรียนคิดพัฒนาการสอนของเขา จึงเป็นโอกาสดีในการคิดเพื่อพัฒนาการสอนของเราไปด้วย เป้าหมายหนึ่งของผมในการสอนแต่ละครั้งคือ เราทำอะไรได้บ้างที่จะทำให้ สมอง ของผู้เรียนเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ง่ายในการพูดคุยแลกเปลี่ยน ง่ายในการคิดสร้างทางเลือกใหม่ๆ ง่ายในการวางแผนถึงสิ่งที่จะไปทำ และง่ายที่จะไปลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหลังจากอยู่ในกระบวนการไปพร้อมกับผู้เรียน เราก็คิดและได้ผลลัพธ์ดีๆ อีกหลายอย่าง ทั้งในแง่เนื้อหาและเครื่องมือ ที่จะต่อยอดให้การสอนในครั้งต่อไป ง่าย สำหรับผู้เรียนได้มากขึ้นอีก เมื่อเห็นผลลัพธ์กับตนเอง ดังนั้นในหลักสูตรนี้จึงยิ่งมั่นใจว่า ถ้าผู้เรียนซึ่งเป็นหัวหน้างาน นำกระบวนการ Brain Based Training and Group Coaching ไปใช้ในการสอนงาน ใช้ในการพัฒนาทีมงาน ตัวเขาเองก็ยิ่งจะพัฒนาไปด้วย เพราะเขาจะไม่ได้ทำให้ทีมงานคิดเท่านั้น แต่เขาเองก็จะคิดไปพร้อมๆ กับทีมงานด้วย

เทคนิคการเสนอขายเชิงกลยุทธ์

ปลายปีแล้ว... อีกเรื่องที่ธุรกิจให้ความสำคัญ เพื่อวางแผน และ ต่อ ยอด การทำงานในปีนี้ สำหรับปีต่อไปคือ การพัฒนาการทำงานขาย ของพนักงานขายเชิงที่ปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นนักขายประเภทไหน จะต้องมี ความรู้ และทักษะในงานนั้น (Skill Set) ความคิดที่ดีเกี่ยวกับงานขาย (Mindset) มีเครื่องมือ (Tools set) อำนวยความสะดวก (ไม่ใช่ให้สบาย) ในการสร้างผลลัพธ์ การฝึกอบรมก็เช่นกัน วันนี้เครื่องมือ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนที่เป็นนักขาย เกิดการเรียนรู้และ "สร้างการตระหนักรู้" ด้วยตัวเองเกี่ยวกับการขายเชิงปฏิบัติการ การใช้ กระบวนการ Strategic Group Coach ชวนคิด ในการสร้าง Growth Mindset ให้มี Awareness เดินกระบวนการ ให้ ผู้เรียน "Workbook" สร้างคู่มือสำหรับงานขายของตัวเอง

กระบวนการแก้ปัญหาและตัดสินใจด้วยหมวก 6 ใบ

เคยเกิด คำถามในใจ เกี่ยวกับคำว่า "คุณค่า" หลายเรื่อง เช่น คุณค่า ... เรามีคุณค่าอะไรบ้าง? ที่มีอยู่ เรียกว่า มีคุณค่าหรือเปล่า? คุณค่า ของเรา หรือของเขาใครดีกว่า? เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนรู้เรื่องคุณค่า "ด้านการคิด" ในวันนี้ หมวก 6 ใบ (สี) การใช้คุณค่าด้านการคิด ด้วย หมวก 6 ใบ (สี) มีคำสำคัญสร้างการเรียนรู้ บทบาท/หน้าที่ กรอบความคิด หรือ mindset คุณค่า หรือ value ตัวตน หรือ being การใช้หมวก 6 ใบ พิสูจน์ลักษณะการใช้คุณค่าด้านการคิดของผู้เรียนนั้น วิทยากร/FA ให้ผู้เรียนได้รู้จักความหมายของหมวกแต่ละใบด้วยตนเอง โดยการพูดคุยกันตามสีของหมวก ฝึกการใช้คำถามและ ฝึกฟัง ตามหมวกสีต่างๆ ทุกคนมีแนวความคิดทั้ง 6 แบบ อยู่ในตัว เรามักใช้แบบเด่นๆอยู่ 1 แบบ การใช้ของเราอาจจะมีความเข้มข้นที่แตกต่างจากคนอื่น และในบางสถานการณ์เราก็จะเปลี่ยนแบบการใช้หมวกของเราได้ หากเราสามารถใช้หลักคิดของหมวกได้ทั้ง 6 แบบกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็จะทำให้เราเห็นมองรอบด้านมากขึ้น ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมหมวก ในแต่ละเรื่อง ได้เรียนรู้ว่า เรามักเผลอใช้หมวกที่เป็นตัวตนของเรา ในการสื่อสาร ทำให้เกิดความขัดแย้งกับคนที่ใช้หมวกที่ไม่เหมือนเรา เราสามารถเปลี่ยน กรอบความคิด โดยการเปลี่ยนหมวก หรือ ผสมการใช้หมวก ได้ การแก้ปัญหา บางครั้ง เพียงแค่เปลี่ยนหมวกก็ได้แนวคิดใหม่ๆได้ เราสามารถฟังคนอื่น ที่หมวกของเขาได้... ละความเป็นตัวตนของเราออก ลดความขัดแย้งได้ หมวกทุกสี... มีคุณค่าเท่ากัน หากใช้ร่วมกันอย่างตระหนักรู้ คุณค่า...หนึ่งในองค์ประกอบของ กรอบความคิด (Mindset) การเลือกใช้ คุณค่า อย่างตระหนักรู้ เปลี่ยนกรอบความคิดได้

เทคนิคการสอนงานแบบ OJT

วันนี้หลักสูตรการสอนงานครับ งานหรือเรื่องที่หัวหน้างานต้องสอนพนักงาน สามารถแบ่งได้เป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็น Hard Skill กับ ส่วนที่เป็น Soft Skill ส่วนที่เป็น Hard Skill มักจะเป็นสิ่งที่สามารถอ้างอิงได้ มีกำหนดไว้เป็นส่วนรวม มีความชัดเจนตายตัว อาจจะวัดผลได้ว่า ผ่าน-ไม่ผ่าน , ได้-ไม่ได้ โดยใช้มาตรฐานที่อ้างอิง เช่น นิยาม ความหมาย รายละเอียด องค์ประกอบ สเปค หลักการเชิงทฤษฎี วิชาการ ขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ มาตรฐาน การควบคุม กฏ ระเบียบ ระบบงาน ส่วนที่เป็น Soft Skill มีทั้งที่กำหนดชัดเจนตายตัว เช่นแนวทางปฏิบัติและไม่ชัดเจนตายตัว แต่ในการวัดผลอาจจะมาจากความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ เช่น การสื่อสาร ประสานงาน เจรจาต่อรอง โน้มน้าวจูงใจ การคิด การวางแผน การแก้ปัญหา การตัดสินใจ การแนะนำ ให้คำปรึกษา ในฐานะผู้สอนงาน หากต้องใช้การวัดผลหลังการสอนงานแล้ว อาจจต้องให้ความสำคัญการวัดผล ทั้งส่วนที่วัดได้ (เชิงปริมาณ ตัวเลข)และวัดไม่ได้ (เชิงความรู้สึก พฤติกรรม) การสอนงานจึงควรมีวิธีการสอนที่สามารถครอบคลุมให้เกิดผลลัพธ์ทั้ง ผลปฏิบัติงาน และเชิงพฤติกรรมครับ

Problem solving and Decision Making

เสน่ห์ของการสอนแบบ Group Coach คือ หัวข้อซ้ำ เนื้อหาเดิม กับกลุ่มเดิมแต่ สอนแบบไม่ซ้ำได้ มันท้าทาย วิทยากร/Coach ในการคิดอะไรใหม่ๆ ในตอนนั้น (ปัจจุบัน) เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ประโยชน์ หลักสูตรนี้สอนเป็นรุ่นที่ 3 เป็นกลุ่มที่มีบทบาทหน้าที่หลักคล้ายกับกลุ่มที่แล้ว และลำดับการเรียนคือยังไม่ได้เรียนหลักสูตรการคิดมาก่อนวันนี้จึงสังเกตเห็นสิ่งที่มีความแตกต่างกัน Event + Response = Outcome เมื่อ event แตกต่าง แต่โฟกัสหลัก ของการสอนแบบ Coaching คือการชวนให้ผู้เรียนสร้าง New Action ใหม่ๆ จึงให้เขาได้สำรวจสิ่งต่างๆภายในตัวเอง ทั้งหลุมพรางทางความคิด และ ศักยภาพที่มีอยู่ แล้วสร้างหลักคิดของตัวเองขึ้นมาใหม่ เพื่อออกจากจุดที่เป็นอยู่ ไปสู่เป้าหมายที่ผู้เรียนต้องการด้วยตัวผู้เรียนเอง Coach/วิทยากร จึงต้องเตรียมเครื่องมือ ที่หลากหลาย เรื่องเล่า ทั้งจาก หนังสือ และประสบการณ์ ชวนคิด กรณีศึกษาที่เตรียมไว้ หรือ หยิบจากใน class VDO สด (ที่แสดงเอง) กิจกรรมย่อย Role play ตามสถานการณ์ หรือหัวข้อที่ผู้เรียนอยากเห็น เพื่อกระตุ้น การเรียนรู้ โดย ความรู้เดิม + ความรู้ใหม่ นำมาเข้ากระบวนการ Coaching เกิดองค์ความรู้ใหม่ของผู้เรียน แล้ว นำไปใช้กับเหตุการณ์หรือเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ ศิลปะ ในการ ใช้คำถามชวนคิด ในแต่ละจังหวะ เทคนิคการฟัง (เสียงของทั้ง class) ในสิ่งที่ผู้เรียนไม่ได้บอกโดยตรง เทคนิคการหยิบประเด็นที่ ทำให้ผู้เรียนสนใจ กระตุ้นการเรียนรู้ โดยใช้ คำถาม ที่ให้ผู้เรียน อยากตอบ (ไม่ต้องมีของแจก) สนุกกับการเห็นผู้เรียนสร้างการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ เพราะผู้เรียนกลุ่มนี้ มีความตื่นตัวในการเรียนรู้ ที่จะแก้โจทย์ต่างๆ